อยากมี กรอบหน้า ต้องทำอย่างไร รู้จัก Program Ultherapy Prime

กรอบหน้า (Jawline) กรอบหน้าหรือเส้นกราม เป็นองค์ประกอบที่กำหนดมิติและสัดส่วนความสมดุลของใบหน้า การมีแนวขากรรไกรที่คมชัดช่วยสร้างมิติพรางตาให้ใบหน้าดูเรียวเล็กและอ่อนเยาว์ลง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงการลดน้ำหนักเสมอไป ลักษณะกรอบหน้าที่เป็นที่นิยมจะแตกต่างกันตามเพศ โครงหน้าผู้หญิงมักเน้นความเรียวมนและนุ่มนวล ในขณะที่โครงหน้าผู้ชายจะเน้นสันกรามที่คมกริบและมีมิติที่ชัดเจนกว่า

โครงสร้าง 5 ชั้นของใบหน้า การทำความเข้าใจปัญหาความหย่อนคล้อย ต้องเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งใบหน้ามนุษย์แบ่งออกเป็น 5 ชั้นหลัก ได้แก่:
- ผิวหนัง: ชั้นนอกสุดที่ปกป้องใบหน้า
- ไขมันใต้ผิวหนัง : ชั้นไขมันตื้นที่ให้ความนุ่มนวล
- SMAS : ชั้นแผ่นพังผืดและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดในการดึงหรือยกกระชับหน้า
- ช่องว่างและเส้นประสาท: ชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและพื้นที่ว่างที่ช่วยยึดโยงโครงสร้าง
- กระดูกและกล้ามเนื้อระดับลึก : โครงสร้างแกนหลักของใบหน้า
SMAS: โครงข่ายพยุงกรอบหน้า ชั้น SMAS เปรียบเสมือนตาข่ายหรือสปริงที่คอยพยุงโครงสร้างใบหน้าให้ต้านทานกับแรงโน้มถ่วง และทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เมื่อโครงสร้าง SMAS เสื่อมสภาพตามวัย แรงพยุงจะลดลง ส่งผลให้เนื้อเยื่อช่วงแก้มคล้อยตัวต่ำลงมา เกิดเป็นภาวะแก้มตกและบดบังเส้นกรอบหน้าเดิม
กระเปาะไขมัน (Fat Pads) บนใบหน้าถูกแบ่งเป็นหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนมีการฝ่อตัวและเคลื่อนที่ในอัตราที่ไม่เท่ากันเมื่ออายุมากขึ้น ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือหลายคนมักคิดว่าหน้าดูใหญ่ขึ้นเพราะน้ำหนักตัวเพิ่ม แต่แท้จริงแล้วเกิดจากกลุ่มไขมันบริเวณแก้มตอนกลาง เคลื่อนตัวต่ำลงมากองรวมกันที่ขอบกรามและใต้คางตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดภาวะเหนียงและขอบกรามที่เคยคมชัดเลือนหายไป
ทำไมกรอบหน้าถึงค่อยๆ หายไป
คอลลาเจน และอีลาสตินลดลง
คอลลาเจนและอีลาสตินคือโปรตีนสำคัญที่รักษาโครงสร้างผิวให้ตึงกระชับ โดย คอลลาเจน Type I และ Type III ทำหน้าที่เสมือนโครงเสาหลักที่ดึงผิวให้เต่งตึง ในขณะที่ อีลาสติน ทำหน้าที่เป็นสปริงที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผิวคืนตัวได้ดี เมื่ออีลาสตินเสื่อมสภาพ ผิวจะสูญเสียความสามารถในการดีดกลับและนำไปสู่ความหย่อนคล้อย กระบวนการเสื่อมนี้ไม่ได้รอให้ถึงวัยชรา แต่ร่างกายจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนประมาณ 1% ต่อปี ตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป
ตัวเร่งความเสื่อมของกรอบหน้า การที่กรอบหน้าเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยมาจาก 2 ปัจจัยหลัก:
- ปัจจัยภายใน : ถูกกำหนดโดยพันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนตามธรรมชาติ
- ปัจจัยภายนอก : ตัวการร้ายแรงที่สุดคือ รังสี UV การสะสมความเสียหายจากแสงแดด สามารถทำลายคอลลาเจนและเร่งให้ผิวดูแก่กว่าวัย นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่พอ ความเครียด และน้ำหนักที่สวิงขึ้นลงบ่อย ล้วนเป็นตัวเร่งการสลายตัวของคอลลาเจน
เมื่อกรอบหน้าเริ่มจางหาย ปัญหาความหย่อนคล้อยมักแสดงสัญญาณเหล่านี้:
- เนื้อบริเวณแนวกรามเริ่มตกลงมา ทำให้เส้นสันกรามไม่ชัดเจนเมื่อหันข้าง
- พวงแก้มตกลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้สัดส่วนใบหน้าดูกลมหรือเป็นรูปสี่เหลี่ยมมากขึ้น
- เกิดปัญหาคางสองชั้น (เหนียง) แม้ว่าน้ำหนักตัวจะไม่ได้เพิ่มขึ้นก็ตาม
- ใบหน้าโดยรวมดูโทรมและเหนื่อยล้า แม้จะได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ปัญหาอาจไม่ใช่แค่น้ำหนักตัว การสูญเสียกรอบหน้าไม่ใช่ผลลัพธ์จากความอ้วนเสมอไป ผู้ที่มีรูปร่างผอมก็สามารถมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดได้ หากโครงสร้างชั้นลึกอย่าง SMAS เริ่มสูญเสียแรงพยุง ในขณะเดียวกัน การลดน้ำหนักตัวลงก็ไม่สามารถช่วยให้กรอบหน้ากลับมาคมชัดได้ หากสภาพผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดภาวะหย่อนคล้อยไปแล้ว

รู้จัก Program Ultherapy Prime
Program Ultherapy Prime เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาโดยบริษัท Merz Aesthetics ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยี Ultherapy รุ่นเดิม โดยถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการส่งมอบพลังงานและยกระดับประสบการณ์การรักษา
MFU-V และระบบนำทาง DeepSEE
เทคโนโลยีแกนหลักของเครื่องคือ MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) ซึ่งเป็นการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเจาะจงจุด ลงลึกถึงชั้นผิวที่ต้องการ ความโดดเด่นอยู่ที่ระบบภาพอัลตราซาวนด์ DeepSEE ที่แสดงผลโครงสร้างชั้นผิวแบบ Real-time ระบบนี้ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความลึกและลักษณะของเนื้อเยื่อก่อนทำการปล่อยพลังงาน ทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายไปที่ชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ และหลีกเลี่ยงการกระทบต่อโครงสร้างที่ไม่ต้องการ
ความแตกต่างทางเทคนิคจากรุ่นก่อนหน้า
การอัปเกรดใน Program Ultherapy Prime เน้นไปที่ระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์ ได้แก่:
- หน้าจอแสดงผล: ขยายขนาดใหญ่ขึ้น 35% พร้อมความละเอียดระดับ Full HD ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของชั้นผิวได้ชัดเจนขึ้น
- ระบบประมวลผล: ทำงานเร็วขึ้น 20% ผสานกับหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive Touch ที่ตอบสนองได้แม่นยำ ช่วยลดระยะเวลาในการทำหัตถการ
ความแตกต่าง ระหว่าง Program Ultherapy Prime และ Program HIFU ทั่วไป
Program HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นชื่อเรียกประเภทของเทคโนโลยีคลื่นเสียงโดยรวม แต่ Program Ultherapy Prime แตกต่างที่สุดคือ "ระบบภาพนำทาง" เครื่อง Program HIFU ทั่วไปในตลาดส่วนใหญ่มักไม่มีหน้าจอแสดงชั้นผิว แพทย์ต้องอาศัยการประเมินความลึกจากภายนอก ในขณะที่ Program Ultherapy Prime ให้ภาพชั้นผิวจริงแบบ Real-time จึงมีความแม่นยำในการกำหนดระดับความลึกของพลังงานที่สูงกว่า

ใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ และต้องเตรียมตัวอย่างไร
กลุ่มที่เหมาะสมและประเมินผลลัพธ์ได้ดีที่สุด
Program Ultherapy Prime ให้ผลลัพธ์สูงในกลุ่มผู้ที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพื่อชะลอการหย่อนคล้อยของชั้น SMAS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแนวสันกราม (Jawline) หรือลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง
การปรับเทคนิคสำหรับผิวผู้ชาย
ผิวของผู้ชายมีความหนาและมีความหนาแน่นของคอลลาเจนต่างจากผู้หญิง แพทย์จึงต้องประเมิน และปรับระดับพลังงาน MFU-V ให้สอดคล้องกับความหนาของชั้นผิว นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ผู้ชายยุคใหม่ที่ต้องการรักษากรอบหน้าให้คมชัด เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้หลังทำโดยไม่รบกวนตารางงาน
ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์
- แม้จะเป็นหัตถการภายนอก แต่มีข้อจำกัดในบางกลุ่ม ได้แก่:
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษา
- มีโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
- โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (เช่น SLE)
- ผู้ที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นนูน (Keloid) ได้ง่าย
ข้อห้าม:
- ผู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ เนื่องจากคลื่นเสียงอาจรบกวนการทำงานของเครื่อง
- สำหรับผู้ที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยระดับรุนแรง การใช้เครื่องมือกลุ่มพลังงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษาแนวทางอื่นร่วมด้วย
การเตรียมตัวที่ถูกต้องส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนดังนี้:
- งดยากลุ่ม NSAIDs: ควรหยุดยาต้านการอักเสบ เช่น Ibuprofen หรือ Aspirin ประมาณ 3-5 วันก่อนทำ เนื่องจากกลไกของ MFU-V อาศัยการสร้างความร้อนจุดเล็กๆ เพื่อให้เกิดการอักเสบอ่อนๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคอลลาเจนใหม่ การทานยาลดการอักเสบอาจไปขัดขวางกลไกธรรมชาตินี้
- เว้นระยะหัตถการอื่น: ควรงดการลอกผิวด้วยสารเคมี, เลเซอร์ชนิดที่มีแผล หรือการฉีดสารเติมเต็ม อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อป้องกันการระคายเคืองซ้อนทับ
- การเตรียมสภาพผิว: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดสะสมก่อนทำ 2 สัปดาห์ ดื่มน้ำให้เพียงพอเนื่องจากเนื้อเยื่อที่มีความชุ่มชื้นจะตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้ดีกว่า และในวันที่เข้ารับการรักษาควรทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด งดทาครีมหรือเครื่องสำอาง
การดูแลหลังการรักษา เพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนาน
การดูแลเบื้องต้นในช่วง 1-2 วันแรก (24-48 ชั่วโมง)
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก: ควรงดการออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อป้องกันอาการบวมที่อาจเกิดขึ้น
- หลีกเลี่ยงความร้อน: ควรงดการเข้าห้องซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อนจัด
- การจัดการความรู้สึกใต้ผิว: หากรู้สึกอุ่นหรือหน่วงบริเวณที่ทำการรักษา สามารถใช้การประคบเย็นเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการได้
- การแต่งหน้า: แนะนำให้งดการแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอุดตันของรูขุมขน
การบำรุงผิวในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว: ควรหยุดใช้สกินแคร์กลุ่ม AHA, BHA และเรตินอลชั่วคราว
- เน้นความอ่อนโยน: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น (เช่น กลุ่มที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกหรือเปปไทด์)
- ปกป้องผิวจากแสงแดด: การทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากรังสี UV สามารถทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อยืดอายุคอลลาเจน
- ดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ
- เสริมด้วยวิตามินซี: การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีจะช่วยส่งเสริมกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่: สารพิษจากบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจน และเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพ
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเข้ารับการรักษาซ้ำ
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน หากเริ่มสังเกตเห็นว่าความคมชัดของกรอบหน้าลดลง หรือเริ่มมีเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางกลับมา แนะนำให้กลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว และวางแผนการดูแลอย่างต่อเนื่อง
วิธีตรวจสอบเครื่อง ทำ Program Ultherapy Prime ของแท้ เพื่อความมั่นใจก่อนเข้ารับบริการ
- เช็กรายชื่อออนไลน์: ค้นหารายชื่อคลินิกที่ให้บริการเครื่องแท้ ผ่านเว็บไซต์ทางการของบริษัทผู้ผลิตที่ www.merzaesthetics.co.th
- หน้าจอต้อง Real-time: ระหว่างการรักษา เครื่องจะต้องแสดงภาพโครงสร้างชั้นผิวแบบ Real-time บนหน้าจอเสมอ
- โล่เพชรการันตี: คลินิกจะต้องมี "โล่คริสตัลเพชร" (Authenticity Diamond) ตั้งแสดงไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน
- ใบรับรองและ Serial Number ตรงกัน: มีใบประกาศนียบัตร (Certificate of Authenticity) ระบุชื่อคลินิกชัดเจน และหมายเลขเครื่อง (Serial Number) ต้องตรงกับด้านหลังเครื่อง
- สติกเกอร์หน้าคลินิก: มีสติกเกอร์รับรองของแท้ (Certificate Decal) ติดแสดงบริเวณกระจกด้านหน้าทางเข้าคลินิก
- หมุดสัญลักษณ์Program Ultherapy Prime: มีป้ายสัญลักษณ์หรือหมุดตั้งพื้นของProgram Ultherapy Prime วางไว้บริเวณคลินิก
- สแกน MERZ Check: มีสติกเกอร์ MERZ Check สีทอง (พร้อม QR Code) ติดอยู่หน้าตัวเครื่อง เมื่อใช้โทรศัพท์สแกน ระบบจะต้องแสดงผลเป็นชื่อคลินิกนั้นอย่างถูกต้อง
5 ความเข้าใจผิด ที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Program Ultherapy Prime
- ผลลัพธ์เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น: จริงๆแล้ว ร่างกายต้องอาศัยเวลาในการจัดเรียง และสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังการรักษา
- ทำเพียงครั้งเดียวผลลัพธ์อยู่ได้ถาวร: คอลลาเจนในร่างกายมีการเสื่อมสลายตามธรรมชาติและตามวัย ผลลัพธ์จากการรักษาจึงมักคงอยู่เฉลี่ย 12-18 เดือน
- เครื่อง Program HIFU ทุกรุ่นให้ผลลัพธ์เหมือนกัน: Program Ultherapy Prime มีความโดดเด่นด้วยระบบหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็น และกำหนดจุดปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องทั่วไปที่ไม่มีระบบนำทาง
- การใช้จำนวนช็อต (Lines) ยิ่งมากยิ่งดี: การกำหนดจำนวนพลังงานควรได้รับการประเมินตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล การได้รับพลังงานที่มากเกินความหนาของชั้นผิวอาจส่งผลกระทบต่อชั้นไขมันใต้ผิวหนังได้
- โครงหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง: ผลลัพธ์ที่ได้จะเน้นความเป็นธรรมชาติ โดยเป็นการฟื้นฟู และยกกระชับโครงสร้างเดิมของใบหน้าให้กลับมาดูดียิ่งขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนสัณฐานโครงหน้าจนผิดไปจากเดิม
ความแตกต่างระหว่างหน้า V-Shape และการยกกระชับ การรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้ จะเน้นไปที่การยกกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ตึงตัวขึ้น ส่งผลให้แนวกรามมีความคมชัด แต่ไม่ได้เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกหรือเพิ่มปริมาตรใบหน้า หากผู้รับบริการต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาวางแผนการรักษาร่วมกับหัตถการอื่นๆ เพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ความรู้สึกระหว่างการรักษา
A: ผู้รับบริการอาจรู้สึกอุ่นและหน่วงลึกๆ บริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งแพทย์จะมีการบริหารจัดการโดยใช้ยาชาและปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับเกณฑ์ความทนทานของแต่ละบุคคล
Q: การดูแลหลังการรักษา
A: หลังจากเสร็จสิ้นหัตถการ จะไม่มีบาดแผลบนใบหน้า ผู้รับบริการสามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
Q: ช่วงอายุที่เหมาะสม
A: สามารถเริ่มเข้ารับการประเมินเพื่อดูแลผิวในเชิงป้องกันได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป
Q: เมื่อผลลัพธ์หมดลง ผิวจะแย่กว่าเดิมหรือไม่
A: โครงสร้างผิวไม่ได้แย่ลงกว่าเดิม แต่จะค่อยๆ เสื่อมสภาพตามกระบวนการแห่งวัยตามธรรมชาติ
Q: การรักษาร่วมกับหัตถการอื่น
A: สามารถทำร่วมกับการใช้สารลดเลือนริ้วรอยหรือสารเติมเต็ม ได้ โดยปกติแพทย์มักแนะนำให้ใช้เครื่องมือกลุ่มพลังงานก่อน แต่หากได้รับการฉีดสารเติมเต็มมาก่อนหน้านี้ ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ดูแล)
Q: ข้อจำกัดเรื่องสีผิวและบริเวณที่สามารถทำได้
A: สามารถทำได้กับทุกสภาพสีผิวโดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเรื่องรอยด่างดำ นอกจากนี้ยังครอบคลุมการดูแลบริเวณแนวคิ้ว ใต้คางและ ลำคอ


ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วยโปรแกรม Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!
ช่องทางการติดต่อ :
- โทร : 098-467-6878
- LINE : aeswellclinic
- Facebook : Aeswell Clinic
- Instagram : aeswellclinic_official



