แชร์

อยากมี กรอบหน้า ต้องทำอย่างไร รู้จัก Program Ultherapy Prime

อัพเดทล่าสุด: 24 เม.ย. 2026
48 ผู้เข้าชม

อยากมี กรอบหน้า ชัดเจน ต้องทำอย่างไร? รู้จักนวัตกรรม Program Ultherapy Prime

กรอบหน้า (Jawline) กรอบหน้าหรือเส้นกราม เป็นองค์ประกอบที่กำหนดมิติและสัดส่วนความสมดุลของใบหน้า การมีแนวขากรรไกรที่คมชัดช่วยสร้างมิติพรางตาให้ใบหน้าดูเรียวเล็กและอ่อนเยาว์ลง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงการลดน้ำหนักเสมอไป ลักษณะกรอบหน้าที่เป็นที่นิยมจะแตกต่างกันตามเพศ โครงหน้าผู้หญิงมักเน้นความเรียวมนและนุ่มนวล ในขณะที่โครงหน้าผู้ชายจะเน้นสันกรามที่คมกริบและมีมิติที่ชัดเจนกว่า

โครงสร้าง 5 ชั้นของใบหน้า

โครงสร้าง 5 ชั้นของใบหน้า การทำความเข้าใจปัญหาความหย่อนคล้อย ต้องเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งใบหน้ามนุษย์แบ่งออกเป็น 5 ชั้นหลัก ได้แก่:

  1. ผิวหนัง: ชั้นนอกสุดที่ปกป้องใบหน้า
  2. ไขมันใต้ผิวหนัง : ชั้นไขมันตื้นที่ให้ความนุ่มนวล
  3. SMAS : ชั้นแผ่นพังผืดและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดในการดึงหรือยกกระชับหน้า
  4. ช่องว่างและเส้นประสาท: ชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและพื้นที่ว่างที่ช่วยยึดโยงโครงสร้าง
  5. กระดูกและกล้ามเนื้อระดับลึก : โครงสร้างแกนหลักของใบหน้า

SMAS: โครงข่ายพยุงกรอบหน้า ชั้น SMAS เปรียบเสมือนตาข่ายหรือสปริงที่คอยพยุงโครงสร้างใบหน้าให้ต้านทานกับแรงโน้มถ่วง และทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เมื่อโครงสร้าง SMAS เสื่อมสภาพตามวัย แรงพยุงจะลดลง ส่งผลให้เนื้อเยื่อช่วงแก้มคล้อยตัวต่ำลงมา เกิดเป็นภาวะแก้มตกและบดบังเส้นกรอบหน้าเดิม

กระเปาะไขมัน (Fat Pads) บนใบหน้าถูกแบ่งเป็นหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนมีการฝ่อตัวและเคลื่อนที่ในอัตราที่ไม่เท่ากันเมื่ออายุมากขึ้น ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือหลายคนมักคิดว่าหน้าดูใหญ่ขึ้นเพราะน้ำหนักตัวเพิ่ม แต่แท้จริงแล้วเกิดจากกลุ่มไขมันบริเวณแก้มตอนกลาง เคลื่อนตัวต่ำลงมากองรวมกันที่ขอบกรามและใต้คางตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดภาวะเหนียงและขอบกรามที่เคยคมชัดเลือนหายไป

ทำไมกรอบหน้าถึงค่อยๆ หายไป

คอลลาเจน และอีลาสตินลดลง

คอลลาเจนและอีลาสตินคือโปรตีนสำคัญที่รักษาโครงสร้างผิวให้ตึงกระชับ โดย คอลลาเจน Type I และ Type III ทำหน้าที่เสมือนโครงเสาหลักที่ดึงผิวให้เต่งตึง ในขณะที่ อีลาสติน ทำหน้าที่เป็นสปริงที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผิวคืนตัวได้ดี เมื่ออีลาสตินเสื่อมสภาพ ผิวจะสูญเสียความสามารถในการดีดกลับและนำไปสู่ความหย่อนคล้อย กระบวนการเสื่อมนี้ไม่ได้รอให้ถึงวัยชรา แต่ร่างกายจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนประมาณ 1% ต่อปี ตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป

ตัวเร่งความเสื่อมของกรอบหน้า การที่กรอบหน้าเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัยมาจาก 2 ปัจจัยหลัก:

  • ปัจจัยภายใน : ถูกกำหนดโดยพันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนตามธรรมชาติ

  • ปัจจัยภายนอก : ตัวการร้ายแรงที่สุดคือ รังสี UV การสะสมความเสียหายจากแสงแดด สามารถทำลายคอลลาเจนและเร่งให้ผิวดูแก่กว่าวัย นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่พอ ความเครียด และน้ำหนักที่สวิงขึ้นลงบ่อย ล้วนเป็นตัวเร่งการสลายตัวของคอลลาเจน

เมื่อกรอบหน้าเริ่มจางหาย ปัญหาความหย่อนคล้อยมักแสดงสัญญาณเหล่านี้:

  • เนื้อบริเวณแนวกรามเริ่มตกลงมา ทำให้เส้นสันกรามไม่ชัดเจนเมื่อหันข้าง
  • พวงแก้มตกลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้สัดส่วนใบหน้าดูกลมหรือเป็นรูปสี่เหลี่ยมมากขึ้น
  • เกิดปัญหาคางสองชั้น (เหนียง) แม้ว่าน้ำหนักตัวจะไม่ได้เพิ่มขึ้นก็ตาม
  • ใบหน้าโดยรวมดูโทรมและเหนื่อยล้า แม้จะได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปัญหาอาจไม่ใช่แค่น้ำหนักตัว การสูญเสียกรอบหน้าไม่ใช่ผลลัพธ์จากความอ้วนเสมอไป ผู้ที่มีรูปร่างผอมก็สามารถมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดได้ หากโครงสร้างชั้นลึกอย่าง SMAS เริ่มสูญเสียแรงพยุง ในขณะเดียวกัน การลดน้ำหนักตัวลงก็ไม่สามารถช่วยให้กรอบหน้ากลับมาคมชัดได้ หากสภาพผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดภาวะหย่อนคล้อยไปแล้ว

 รู้จัก Program Ultherapy Prime

รู้จัก Program Ultherapy Prime

Program Ultherapy Prime เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาโดยบริษัท Merz Aesthetics ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยี Ultherapy รุ่นเดิม โดยถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการส่งมอบพลังงานและยกระดับประสบการณ์การรักษา

MFU-V และระบบนำทาง DeepSEE

เทคโนโลยีแกนหลักของเครื่องคือ MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) ซึ่งเป็นการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเจาะจงจุด ลงลึกถึงชั้นผิวที่ต้องการ ความโดดเด่นอยู่ที่ระบบภาพอัลตราซาวนด์ DeepSEE ที่แสดงผลโครงสร้างชั้นผิวแบบ Real-time ระบบนี้ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความลึกและลักษณะของเนื้อเยื่อก่อนทำการปล่อยพลังงาน ทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายไปที่ชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ และหลีกเลี่ยงการกระทบต่อโครงสร้างที่ไม่ต้องการ

ความแตกต่างทางเทคนิคจากรุ่นก่อนหน้า

การอัปเกรดใน Program Ultherapy Prime เน้นไปที่ระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์ ได้แก่:

  • หน้าจอแสดงผล: ขยายขนาดใหญ่ขึ้น 35% พร้อมความละเอียดระดับ Full HD ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของชั้นผิวได้ชัดเจนขึ้น

  • ระบบประมวลผล: ทำงานเร็วขึ้น 20% ผสานกับหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive Touch ที่ตอบสนองได้แม่นยำ ช่วยลดระยะเวลาในการทำหัตถการ

ความแตกต่าง ระหว่าง Program Ultherapy Prime และ Program HIFU ทั่วไป

Program HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นชื่อเรียกประเภทของเทคโนโลยีคลื่นเสียงโดยรวม แต่ Program Ultherapy Prime แตกต่างที่สุดคือ "ระบบภาพนำทาง" เครื่อง Program HIFU ทั่วไปในตลาดส่วนใหญ่มักไม่มีหน้าจอแสดงชั้นผิว แพทย์ต้องอาศัยการประเมินความลึกจากภายนอก ในขณะที่ Program Ultherapy Prime ให้ภาพชั้นผิวจริงแบบ Real-time จึงมีความแม่นยำในการกำหนดระดับความลึกของพลังงานที่สูงกว่า

 ใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ และต้องเตรียมตัวอย่างไร

ใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ และต้องเตรียมตัวอย่างไร

กลุ่มที่เหมาะสมและประเมินผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

Program Ultherapy Prime ให้ผลลัพธ์สูงในกลุ่มผู้ที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพื่อชะลอการหย่อนคล้อยของชั้น SMAS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแนวสันกราม (Jawline) หรือลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง

การปรับเทคนิคสำหรับผิวผู้ชาย

ผิวของผู้ชายมีความหนาและมีความหนาแน่นของคอลลาเจนต่างจากผู้หญิง แพทย์จึงต้องประเมิน และปรับระดับพลังงาน MFU-V ให้สอดคล้องกับความหนาของชั้นผิว นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ผู้ชายยุคใหม่ที่ต้องการรักษากรอบหน้าให้คมชัด เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้หลังทำโดยไม่รบกวนตารางงาน

ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์

  • แม้จะเป็นหัตถการภายนอก แต่มีข้อจำกัดในบางกลุ่ม ได้แก่:
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษา
  • มีโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
  • โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (เช่น SLE)
  • ผู้ที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นนูน (Keloid) ได้ง่าย

ข้อห้าม:

  • ผู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ เนื่องจากคลื่นเสียงอาจรบกวนการทำงานของเครื่อง

  • สำหรับผู้ที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยระดับรุนแรง การใช้เครื่องมือกลุ่มพลังงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษาแนวทางอื่นร่วมด้วย

การเตรียมตัวที่ถูกต้องส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนดังนี้:

  1. งดยากลุ่ม NSAIDs: ควรหยุดยาต้านการอักเสบ เช่น Ibuprofen หรือ Aspirin ประมาณ 3-5 วันก่อนทำ เนื่องจากกลไกของ MFU-V อาศัยการสร้างความร้อนจุดเล็กๆ เพื่อให้เกิดการอักเสบอ่อนๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคอลลาเจนใหม่ การทานยาลดการอักเสบอาจไปขัดขวางกลไกธรรมชาตินี้

  2. เว้นระยะหัตถการอื่น: ควรงดการลอกผิวด้วยสารเคมี, เลเซอร์ชนิดที่มีแผล หรือการฉีดสารเติมเต็ม อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อป้องกันการระคายเคืองซ้อนทับ

  3. การเตรียมสภาพผิว: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดสะสมก่อนทำ 2 สัปดาห์ ดื่มน้ำให้เพียงพอเนื่องจากเนื้อเยื่อที่มีความชุ่มชื้นจะตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้ดีกว่า และในวันที่เข้ารับการรักษาควรทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด งดทาครีมหรือเครื่องสำอาง

การดูแลหลังการรักษา เพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนาน

การดูแลเบื้องต้นในช่วง 1-2 วันแรก (24-48 ชั่วโมง)

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก: ควรงดการออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อป้องกันอาการบวมที่อาจเกิดขึ้น

  • หลีกเลี่ยงความร้อน: ควรงดการเข้าห้องซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อนจัด

  • การจัดการความรู้สึกใต้ผิว: หากรู้สึกอุ่นหรือหน่วงบริเวณที่ทำการรักษา สามารถใช้การประคบเย็นเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการได้

  • การแต่งหน้า: แนะนำให้งดการแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอุดตันของรูขุมขน

การบำรุงผิวในช่วง 1 สัปดาห์แรก

  • งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว: ควรหยุดใช้สกินแคร์กลุ่ม AHA, BHA และเรตินอลชั่วคราว

  • เน้นความอ่อนโยน: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น (เช่น กลุ่มที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกหรือเปปไทด์)

  • ปกป้องผิวจากแสงแดด: การทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากรังสี UV สามารถทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อยืดอายุคอลลาเจน

  • ดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ

  • เสริมด้วยวิตามินซี: การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีจะช่วยส่งเสริมกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่: สารพิษจากบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจน และเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพ

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเข้ารับการรักษาซ้ำ

โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน หากเริ่มสังเกตเห็นว่าความคมชัดของกรอบหน้าลดลง หรือเริ่มมีเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางกลับมา แนะนำให้กลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว และวางแผนการดูแลอย่างต่อเนื่อง

วิธีตรวจสอบเครื่อง ทำ Program Ultherapy Prime ของแท้ เพื่อความมั่นใจก่อนเข้ารับบริการ

  1. เช็กรายชื่อออนไลน์: ค้นหารายชื่อคลินิกที่ให้บริการเครื่องแท้ ผ่านเว็บไซต์ทางการของบริษัทผู้ผลิตที่ www.merzaesthetics.co.th

  2. หน้าจอต้อง Real-time: ระหว่างการรักษา เครื่องจะต้องแสดงภาพโครงสร้างชั้นผิวแบบ Real-time บนหน้าจอเสมอ

  3. โล่เพชรการันตี: คลินิกจะต้องมี "โล่คริสตัลเพชร" (Authenticity Diamond) ตั้งแสดงไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน

  4. ใบรับรองและ Serial Number ตรงกัน: มีใบประกาศนียบัตร (Certificate of Authenticity) ระบุชื่อคลินิกชัดเจน และหมายเลขเครื่อง (Serial Number) ต้องตรงกับด้านหลังเครื่อง

  5. สติกเกอร์หน้าคลินิก: มีสติกเกอร์รับรองของแท้ (Certificate Decal) ติดแสดงบริเวณกระจกด้านหน้าทางเข้าคลินิก
  6. หมุดสัญลักษณ์Program Ultherapy Prime: มีป้ายสัญลักษณ์หรือหมุดตั้งพื้นของProgram Ultherapy Prime วางไว้บริเวณคลินิก

  7. สแกน MERZ Check: มีสติกเกอร์ MERZ Check สีทอง (พร้อม QR Code) ติดอยู่หน้าตัวเครื่อง เมื่อใช้โทรศัพท์สแกน ระบบจะต้องแสดงผลเป็นชื่อคลินิกนั้นอย่างถูกต้อง

5 ความเข้าใจผิด ที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Program Ultherapy Prime

5 ความเข้าใจผิด ที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Program Ultherapy Prime

  1. ผลลัพธ์เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น: จริงๆแล้ว ร่างกายต้องอาศัยเวลาในการจัดเรียง และสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังการรักษา

  2. ทำเพียงครั้งเดียวผลลัพธ์อยู่ได้ถาวร: คอลลาเจนในร่างกายมีการเสื่อมสลายตามธรรมชาติและตามวัย ผลลัพธ์จากการรักษาจึงมักคงอยู่เฉลี่ย 12-18 เดือน

  3. เครื่อง Program HIFU ทุกรุ่นให้ผลลัพธ์เหมือนกัน: Program Ultherapy Prime มีความโดดเด่นด้วยระบบหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็น และกำหนดจุดปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องทั่วไปที่ไม่มีระบบนำทาง

  4. การใช้จำนวนช็อต (Lines) ยิ่งมากยิ่งดี: การกำหนดจำนวนพลังงานควรได้รับการประเมินตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล การได้รับพลังงานที่มากเกินความหนาของชั้นผิวอาจส่งผลกระทบต่อชั้นไขมันใต้ผิวหนังได้

  5. โครงหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง: ผลลัพธ์ที่ได้จะเน้นความเป็นธรรมชาติ โดยเป็นการฟื้นฟู และยกกระชับโครงสร้างเดิมของใบหน้าให้กลับมาดูดียิ่งขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนสัณฐานโครงหน้าจนผิดไปจากเดิม

ความแตกต่างระหว่างหน้า V-Shape และการยกกระชับ การรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้ จะเน้นไปที่การยกกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ตึงตัวขึ้น ส่งผลให้แนวกรามมีความคมชัด แต่ไม่ได้เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกหรือเพิ่มปริมาตรใบหน้า หากผู้รับบริการต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาวางแผนการรักษาร่วมกับหัตถการอื่นๆ เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ความรู้สึกระหว่างการรักษา

A: ผู้รับบริการอาจรู้สึกอุ่นและหน่วงลึกๆ บริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งแพทย์จะมีการบริหารจัดการโดยใช้ยาชาและปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับเกณฑ์ความทนทานของแต่ละบุคคล

Q: การดูแลหลังการรักษา

A: หลังจากเสร็จสิ้นหัตถการ จะไม่มีบาดแผลบนใบหน้า ผู้รับบริการสามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

Q: ช่วงอายุที่เหมาะสม

A: สามารถเริ่มเข้ารับการประเมินเพื่อดูแลผิวในเชิงป้องกันได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป

Q: เมื่อผลลัพธ์หมดลง ผิวจะแย่กว่าเดิมหรือไม่

A: โครงสร้างผิวไม่ได้แย่ลงกว่าเดิม แต่จะค่อยๆ เสื่อมสภาพตามกระบวนการแห่งวัยตามธรรมชาติ

Q: การรักษาร่วมกับหัตถการอื่น

A: สามารถทำร่วมกับการใช้สารลดเลือนริ้วรอยหรือสารเติมเต็ม ได้ โดยปกติแพทย์มักแนะนำให้ใช้เครื่องมือกลุ่มพลังงานก่อน แต่หากได้รับการฉีดสารเติมเต็มมาก่อนหน้านี้ ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ดูแล)

Q: ข้อจำกัดเรื่องสีผิวและบริเวณที่สามารถทำได้

A: สามารถทำได้กับทุกสภาพสีผิวโดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเรื่องรอยด่างดำ นอกจากนี้ยังครอบคลุมการดูแลบริเวณแนวคิ้ว ใต้คางและ ลำคอ


 ผลลัพธ์หลังทำ โปรแกรม Ultherapy Prime

ช่วงหลังมานี้ถ่ายรูปหันข้างแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าหาย แก้มเริ่มหย่อนลงมา จนได้มาลอง Program Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic ประทับใจมากค่ะ! รู้สึกได้เลยว่าผิว และ กรอบหน้ากระชับมากขึ้น ถ้ารู้แบบนี้มาดูแลตั้งแต่แรกก็ดีแล้วค่ะ สำหรับใครที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย แนะนำที่นี่เลย คุณหมอให้คำปรึกษาดีมาก
 

 ผลลัพธ์หลังทำ โปรแกรม Ultherapy Prime

เริ่มกังวลเรื่องแก้มที่คล้อยลงมาจนบังกรอบหน้า เลยตัดสินใจมาทำ Program Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic สัมผัสได้เลยว่า หน้าดูมีมิติขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ คุณหมอประเมินละเอียด และดูแลดีสุดๆ ใครมีปัญหาเดียวกันแนะนำเลยค่ะ คุณหมอใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ

 

 

ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วยโปรแกรม Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!

ช่องทางการติดต่อ : 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึก ชั้น SMAS คืออะไร? ยกให้กลับมาสวยอีกครั้งด้วย โปรแกรม Ultherapy Prime
ชั้น SMAS คือโครงสร้างหลักในการพยุงใบหน้า เมื่อเข้าสู่วัย 30-40 ปี การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นนี้จะลดลง ส่งผลให้โครงข่ายสูญเสียความยืดหยุ่นและไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ ผิวหนัง ชั้นไขมัน และกล้ามเนื้อจึงหย่อนคล้อยลง
13 มี.ค. 2026
แก้ปัญหาเหนียงใหญ่ ลดเหนียง  ด้วยโปรแกรม Oligio
เข้าใจโครงสร้างลึกก่อนเริ่มลดเหนียง "เหนียง" คือภาวะที่มีผิวหนัง และไขมันส่วนเกินห้อยย้อยลงมา จนเกิดลักษณะคางสองชั้น ส่งผลให้กรอบหน้าขาดความคมชัด หลายคนเข้าใจผิดว่าเกิดจากความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว "โครงสร้างภายใน" มีผลอย่างมาก
24 ก.พ. 2026
เผย 5 ปัญหาผิว ที่แก้ได้ด้วยโปรแกรม Oligio
ใครที่กำลังกังวลใจกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยตื้น หรือหน้าดูโทรมไม่กระชับเหมือนเดิม ต้องลองทำโปรแกรม Oligio ยกกระชับปรับรูปหน้า
21 ต.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้