แชร์

ลดแก้ม ลดเหนียง! รวมวิธีธรรมชาติและโปรแกรม Ultherapy Prime

อัพเดทล่าสุด: 19 มิ.ย. 2026
23 ผู้เข้าชม

 ลดแก้ม ลดเหนียง! รวมวิธีธรรมชาติและโปรแกรม Ultherapy Prime

Key Takeaway

  • วิเคราะห์สาเหตุก่อนแก้ไข: ปัญหาแก้มใหญ่และเหนียงเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการสะสมของไขมัน (จากพันธุกรรมและอาหาร), อาการบวมน้ำ (จากการทานโซเดียมสูง), พฤติกรรมการก้มหน้าเล่นมือถือ และความหย่อนคล้อยของผิวเมื่ออายุมากขึ้น

  • การดูแลด้วยวิธีธรรมชาติ: การควบคุมอาหาร ลดของเค็ม ดื่มน้ำให้เพียงพอ ปรับท่านั่ง และออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ สามารถช่วยลดไขมันรวมและอาการบวมน้ำได้ แต่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ

  • การใช้เทคโนโลยี Program Ultherapy Prime: เป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการปรับแนวกรามให้ชัดเจนขึ้น

  • ความแม่นยำและระยะเวลาแสดงผล: ตัวเครื่องมีระบบหน้าจอแบบ Real-time ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างชั้นผิวขณะทำ ผลลัพธ์จะแสดงประสิทธิภาพเต็มที่ในช่วง 3-6 เดือน และมักคงอยู่ได้นาน 1-1ปีครึ่ง

  • การตรวจสอบเครื่องแท้: ก่อนตัดสินใจรับบริการ ควรตรวจสอบเครื่องหมายต่างๆ 7 จุด เช่น โล่คริสตัลเพชร, สติกเกอร์ MERZ Check (QR Code), ใบรับรอง และรายชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ เพื่อความมั่นใจในผลลัพธ์

  • เลือกแนวทางที่เหมาะสม: ควรประเมินเบื้องต้นว่าปัญหาเกิดจากชั้นไขมันหรือผิวหย่อนคล้อย และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว เช่น การพิจารณาใช้ Program Ultherapy Prime ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล

แก้มและเหนียง เกิดจากอะไร? มาได้ยังไง

  • พันธุกรรม: บางคนมีกรรมพันธุ์ที่ทำให้ไขมันสะสมที่แก้มหรือใต้คางได้ง่ายกว่าปกติ แม้จะไม่ได้มีภาวะน้ำหนักเกินก็ตาม

  • อายุมากขึ้น: เมื่ออายุเพิ่มขึ้น(เมื่ออายุมากกว่า20ปี) คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดลง ทำให้โครงสร้างผิวและชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (ชั้น SMAS) หย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง

  • อาหารการกิน: การกินของหวาน ของทอด และแป้ง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มและสะสมเป็นไขมัน ส่วนการกินอาหารรสเค็มจัด (โซเดียมสูง) จะทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้จนเกิดอาการหน้าบวม (ที่ส่วนใหญ่ได้ยินกันว่าบวมน้ำ)

  • พฤติกรรมประจำวัน: การก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนและเกิดเป็นเหนียงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ยังทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย

แก้มป่อง เหนียง หรือผิวหย่อน? สังเกตให้ออกก่อนแก้ปัญหา

ปัญหาที่ 1 - แก้มใหญ่เพราะไขมัน: เกิดจากไขมันสะสมใต้ผิวหนังเยอะขึ้น สัมผัสแล้วรู้สึกถึงความหนาของก้อนไขมัน มักเป็นไปตามน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น(แต่ในบางคนอาจเกิดได้จาก พันธุกรรม)

ปัญหาที่ 2 - แก้มหย่อนย้อย: เนื้อบริเวณแก้มตกลงมาบังแนวกราม เกิดจากผิวสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ขาดความยืดหยุ่นและห้อยย้อย

ปัญหาที่ 3 - เหนียงไขมัน vs เหนียงผิวหย่อน: ลองดึงเนื้อบริเวณใต้คางดู หากสัมผัสแล้วหนาเป็นก้อน มักเป็นเหนียงไขมัน แต่หากดึงแล้วเป็นแผ่นหนังบางๆ ย่นๆ มักเป็นเหนียงจากผิวหย่อนคล้อย

ปัญหาที่ 4 - กรอบหน้าไม่คม: รูปหน้าสูญเสียทรงตัววี หรือแนวกรามไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเกิดจากทั้งไขมันสะสมและผิวหย่อนคล้อยรวมกัน

8 วิธีลดแก้ม ลดเหนียงแบบธรรมชาติ

8 วิธีลดแก้ม ลดเหนียงแบบธรรมชาติ

1. การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ

การทำท่าบริหาร เช่น ท่าบริหารกล้ามเนื้อคอ , ท่าดูดแก้มตอบ , ท่าเป่าลม และ ท่าบริหารรูปปากตัว O อย่างสม่ำเสมอวันละ 10-15 นาที อาจช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและลำคอกระชับขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ยืนยันว่าการบริหารใบหน้าสามารถลดไขมันเฉพาะส่วน ได้

2. ปรับอาหาร ลดไขมันสะสม

การลดโซเดียม น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ช่วยลดไขมันสะสมใหม่ ควรเน้นโปรตีนไม่ติดมัน ผัก ผลไม้ และไขมันดี รวมถึงสารอาหารที่ส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ เช่น วิตามินซี และสังกะสี

3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ช่วยรักษาสมดุลในร่างกายและลดภาวะใบหน้าบวมน้ำ ที่เกิดจากการทานอาหารโซเดียมสูง

4. ออกกำลังกาย Cardio เพื่อลดไขมันทั้งตัว

ไขมันบริเวณใบหน้าและใต้คางจะลดลงได้บ้างผ่านการเผาผลาญไขมันรวมของร่างกาย(อย่าเข้าใจผิดว่าออกกำลังกายบริเวณหน้าและไขมันบริเวณนั้นจะลด) การทำคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เป็นวิธีที่เหมาะสม เนื่องจากร่างกายไม่สามารถลดไขมันเฉพาะบริเวณใบหน้าได้

5. นวดหน้าและใช้ Gua Sha / Jade Roller

เทคนิคการนวดเพื่อระบายน้ำเหลือง ตามแนวกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการบวมน้ำบนใบหน้าได้ชั่วคราว การใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธีจะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนัง (หากไม่แน่ใจลองหาข้อมูลดูก่อน)

6. ปรับท่านอนและท่านั่ง

การก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อลำคอหย่อนคล้อยและดันไขมันใต้คางให้เห็นชัดขึ้น การปรับท่านั่งให้ศีรษะตั้งตรงและหน้าจออยู่ในระดับสายตา ช่วยลดความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณนี้ได้

7. ลดแอลกอฮอล์และเลิกบุหรี่

แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกิดอาการบวมและ สารพิษจากบุหรี่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดความหย่อนคล้อยก่อนวัย

8. ครีมบำรุง

การใช้ส่วนผสม เช่น Retinol, Hyaluronic Acid, Vitamin C และ Matrixyl สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้

ระยะเวลาเบื้องต้นของวิธีธรรมชาติ

วิธีการดูแล ระยะเวลาที่อาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงที่พบได้
ปรับอาหาร & คาร์ดิโอ 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอัตราการลดน้ำหนักรวมของร่างกาย
ลดโซเดียม & ดื่มน้ำ 1-2 สัปดาห์ ลดได้เฉพาะอาการบวมน้ำ ไม่ใช่การลดเซลล์ไขมัน
นวด Lymphatic / Gua Sha หลังทำ - 24 ชั่วโมง ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราว ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
สกินแคร์ (Retinol / Vitamin C) 8-12 สัปดาห์ ช่วยเรื่องคุณภาพผิวชั้นบน ไม่ส่งผลต่อไขมันชั้นลึก


หากวิธีธรรมชาติไม่ตอบโจทย์ แนะนำให้รู้จัก Program Ultherapy Prime

หากวิธีธรรมชาติไม่ตอบโจทย์ แนะนำให้รู้จัก Program Ultherapy Prime

Program Ultherapy Prime คืออะไร?

Program Ultherapy Prime คือเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ถูกนำมาพัฒนาให้ดีขึ้นจากรุ่นเดิม จุดเด่นคือตัวเครื่องประมวลผลไวขึ้น 20% หน้าจอคมชัดและใหญ่ขึ้น 35% ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวได้ชัดเจน และปล่อยพลังงานลงสู่ผิวได้แม่นยำขึ้น

หลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย

ตัวเครื่องจะส่งพลังงานลงไปลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (เรียกว่าชั้น SMAS) ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ ใช้ดึงหน้า พลังงานนี้จะเปลี่ยนเป็นจุดความร้อนเล็กๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินขึ้นมาใหม่ แพทย์สามารถเลือกระดับความลึกของพลังงานได้ เพื่อให้พอดีกับความหนาของผิวแต่ละคน นอกจากนี้เครื่องยังมีหน้าจอสแกนชั้นผิวแบบสดๆ (Real-time) ทำให้แพทย์เห็นโครงสร้างชั้นผิว จึงช่วยลดความเสี่ยงและทำให้แม่นยำขึ้น (ในขณะที่โปรแกรม Hifu อื่นบางรุ่นไม่เห็น)

Program Ultherapy Prime แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

โปรแกรมนี้ช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดรอยพับของเหนียงหรือคางสองชั้น ทำให้แนวกรามและกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น ช่วยยกหางตาและคิ้วที่ตก ลดเลือนริ้วรอยบริเวณร่องแก้มและหางตา รวมถึงดูแลผิวบริเวณลำคอให้กลับมาดูตึงกระชับขึ้น

ทำแล้วเมื่อไหร่จะเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน?

คุณจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก และจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ในช่วง 3-6 เดือน เพราะร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นาน 1-1 ปีครึ่ง ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวของแต่ละคน แพทย์มักแนะนำให้กลับมาทำซ้ำปีละ 1 ครั้งเพื่อรักษาสภาพผิวไว้

Program Ultherapy Prime เหมาะกับใคร และใครควรเลี่ยง?

  • คนที่เหมาะ: คนอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง หรือคนที่ต้องการปรับกรอบหน้าแต่ไม่อยากผ่าตัดและใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า

  • คนที่ควรเลี่ยง: ผู้หญิงตั้งครรภ์ คนที่มีแผลเปิดหรือผิวหนังติดเชื้อบนใบหน้า และคนที่มีอุปกรณ์โลหะหรือเครื่องกระตุ้นหัวใจฝังอยู่ในร่างกาย (ในบริเวณที่จะทำ)

เช็กให้ชัวร์ก่อนทำ วิธีดูเครื่องแท้ เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงใจ

หากคุณประเมินแล้วว่า Program Ultherapy Prime คือวิธีที่ตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อยของแก้มและเหนียงของคุณ สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจรับบริการคือการตรวจสอบเครื่องแท้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับพลังงานที่ถูกต้องและได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง สามารถสังเกตได้ง่ายๆ 7 จุด ดังนี้:

  1. เช็กรายชื่อออนไลน์: ค้นหารายชื่อคลินิกที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ทางการของบริษัทผู้นำเข้าที่ www.merzaesthetics.co.th

  2. หน้าจอต้อง Real-time: ระหว่างรับบริการ เครื่องจะต้องแสดงภาพโครงสร้างชั้นผิวแบบสด บนหน้าจอเสมอ

  3. โล่เพชรการันตี: คลินิกจะต้องมี "โล่คริสตัลเพชร" ตั้งแสดงไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน

  4. ใบรับรองและ Serial Number ตรงกัน: มีใบประกาศนียบัตร (Certificate of Authenticity) ระบุชื่อคลินิกชัดเจน และหมายเลขเครื่อง (Serial Number) ต้องตรงกับด้านหลังเครื่อง

  5. สติกเกอร์หน้าคลินิก: มีสติกเกอร์รับรองของแท้ ติดแสดงบริเวณกระจกด้านหน้าทางเข้าคลินิก

  6. หมุดสัญลักษณ์ Program Ultherapy Prime: มีป้ายสัญลักษณ์หรือหมุดตั้งพื้นของ Program Ultherapy Prime วางไว้บริเวณคลินิก

  7. สแกน MERZ Check: มีสติกเกอร์ MERZ Check สีทอง (พร้อม QR Code) ติดอยู่หน้าตัวเครื่อง เมื่อใช้สมาร์ทโฟนสแกน ระบบจะต้องแสดงผลเป็นชื่อคลินิกนั้นอย่างถูกต้อง

ทำแล้วดูแลตัวเองอย่างไร ให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน?

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม มีส่วนช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น ดังนี้:

  • สิ่งที่ควรทำ: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเป็นประจำ ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนเปปไทด์เพื่อช่วยบำรุงผิว

  • สิ่งที่ควรเลี่ยง: ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดโดนความร้อนจัด (เช่น อบซาวน่า) เลี่ยงการตากแดดแรงๆ และงดออกกำลังกายหนักๆ ที่ทำให้เสียเหงื่อมาก

  • การใช้ชีวิตที่แนะนำ: ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอและนอนพักผ่อนให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ได้อย่างเต็มที่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ลดแก้มใน 1 อาทิตย์ได้จริงไหม?

A: ร่างกายต้องใช้เวลาในกระบวนการลดไขมันและสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงไม่มีวิธีไหนที่ช่วยปรับรูปหน้าหรือลดไขมันให้หายไปได้แบบสมบูรณ์ภายในเวลาแค่ 1 สัปดาห์

Q: ทำ Program Ultherapy Prime เจ็บไหม?

A: คุณอาจรู้สึกอุ่นๆ หรือปวดหน่วงลึกๆ ใต้ผิว เพราะพลังงานถูกส่งลงไปลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ความรู้สึกของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่แพทย์จะมีวิธีดูแลและบรรเทาความรู้สึกให้ก่อนเริ่มทำ

Q: ทำครั้งเดียวพอ หรือต้องกลับมาทำซ้ำ?

A: ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 1-1 ปีครึ่ง ขึ้นอยู่กับอายุและการดูแลตัวเอง แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้กลับมาให้แพทย์ประเมินและทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาสภาพผิวให้ดูดีอย่างต่อเนื่อง

Q: Program Ultherapy Prime ต่างกับ Program HIFU ทั่วไปอย่างไร?

A: จุดที่ต่างกันชัดเจนคือ Program Ultherapy Prime มีหน้าจอสแกนผิวแบบสดๆ (Real-time) ให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะทำ ทำให้สามารถปล่อยพลังงานลงไปได้แม่นยำ และลดโอกาสที่พลังงานจะไปโดนเนื้อเยื่อส่วนอื่น

Q: คนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ ทำแล้วจะเห็นผลไหม?

A: ถ้ามีดัชนีมวลกาย สูงและมีชั้นไขมันใต้คางหนามาก พลังงานคลื่นเสียงอาจลงไปไม่ถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS แพทย์อาจแนะนำให้คุมน้ำหนัก หรือเลือกใช้โปรแกรมที่ช่วยเรื่องการลดเซลล์ไขมันก่อน

Q: ทำแล้วหน้าจะดูแปลก หรือผิดธรรมชาติไหม?

A: กลไกของเครื่องจะช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการปรับรูปหน้าโดยยังคงอิงตามโครงสร้างใบหน้าเดิมของคุณ

การลดแก้มและเหนียง ควรเลือกวิธีที่เหมาะกับปัญหาของคุณ

ปัญหารูปหน้าของแต่ละคนมีสาเหตุไม่เหมือนกัน การเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติคือพื้นฐานที่ดี แต่ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น การเลือกใช้โปรแกรมทางการแพทย์ เช่น Program Ultherapy Prime เพื่อดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย จำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินผิวอย่างละเอียด

สิ่งสำคัญที่สุดคือควรเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์ผู้วินิจฉัยสามารถวางแผนการดูแลให้เหมาะกับรูปหน้า ปัญหา และความต้องการของคุณมากที่สุด

 ผลลัพธ์หลังทำทันทีด้วย โปรแกรม Ultherapy Prime

พออายุมากขึ้นเริ่มเห็นว่าแก้มเริ่มคล้อย กรามไม่ค่อยชัด เลยตัดสินใจเข้ามาดูแลผิวด้วย Program Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic ค่ะ ประทับใจผลลัพธ์มาก รู้สึกว่าผิวเข้ารูปขึ้น รู้งี้เข้ามาทำตั้งนานแล้วค่ะ คุณหมอให้คำแนะนำละเอียดมาก ใครมีปัญหาเดียวกันแนะนำให้มาปรึกษาที่นี่เลยค่ะ"

 

 ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Ultherapy Prime ครบ 1 เดือน

เดิมหน้าเล็กแต่แอบกังวลเรื่องหน้ามนค่ะ เลยมาดูแลด้วย Program Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic ผ่านมา 1 เดือน แนวกรามคมชัดขึ้น โครงหน้ามีมิติขึ้นมาก ประทับใจเลยค่ะ ใครอยากปรับกรอบหน้าแนะนำที่นี่เลยนะคะ

 

โปรแกรม Ultherapy Prime 300 shot แถมฟรี 100 shot ราคา 39,990 บาท

 

 

ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วยโปรแกรม Ultherapy Prime ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!

ช่องทางการติดต่อ : 


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้