แชร์

หน้าตึงแต่คอย่น! คอเหี่ยวไวกว่าหน้า ดูแลด้วยโปรแกรม Oligio X

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ค. 2026
34 ผู้เข้าชม

หน้าตึงแต่คอย่น! คอเหี่ยวไวกว่าหน้า ดูแลด้วยโปรแกรม Oligio X

คอเหี่ยว ย่น หย่อน คืออะไร รู้จักปัญหาก่อนแก้ให้ถูกจุด

เวลาทาครีม เรามักจะตั้งใจทาแค่หน้าจนลืมไปว่าคอ คือจุดที่เห็นอายุได้ชัดที่สุด พอคอเริ่มมีริ้วรอย หลายคนมักจะเหมารวมว่ามันคือเรื่องเดียวกันแต่จริงๆแล้ว ปัญหาผิวที่คอแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ เป็นที่ผิวชั้นนอก, เป็นที่ชั้นไขมัน, หรือเป็นที่ชั้นกล้ามเนื้อข้างใน ซึ่งแต่ละแบบมีวิธีแก้คนละแบบ

ความแตกต่างของ คอเหี่ยว คอย่น และคอหย่อนยาน

  • คอย่น เป็นเส้นแนวนอน :
    • ลักษณะ : เหมือนมี "สร้อยคอ" คาดอยู่ 2-3 เส้น
    • เกิดจากพฤติกรรมเช่นนั่งก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ พอคอถูกพับซ้ำๆ ทุกวัน ผิวตรงรอยพับก็เลยยุบตัวลงจนกลายเป็นรอยถาวรเป็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น
  • คอเหี่ยว ผิวแห้งสากคล้ายกระดาษสา :
    • ลักษณะ : ผิวดูบาง แห้ง จับแล้วสากๆ ย่นๆ ไม่เด้งมือ
    • เกิดจากแดดที่สะสมมาหลายปี รังสี UV ลงไปทำลายคอลลาเจนจนผิวเสียสปริงในการดีดตัวกลับ
  • คอหย่อนยาน เหนียงห้อยย้วย :
    • ลักษณะ : มีเนื้อหรือไขมันห้อยย้อยลงมาใต้คาง คล้ายเหนียงไก่
    • เกิดจากความชราตามวัยโครงสร้างชั้นลึกหย่อนลงเนื่องจากอายุ ผสมกับมีไขมันสะสม แล้วโดนแรงโน้มถ่วงดึงตกลงมา
  • คอปูดเป็นลำแนวตั้ง กล้ามเนื้อแยก :
    • ลักษณะ : เวลาพูด เกร็งคอ หรือแสดงสีหน้า จะเห็นเป็น "เส้นเอ็นลำใหญ่ๆ" 2 เส้นปูดขึ้นมาตั้งแต่ใต้คางลงไปถึงไหปลาร้า
    • ไม่ใช่ปัญหาที่ผิวหนัง แต่เป็นเพราะ แผ่นกล้ามเนื้อคอ ข้างในแยกออกจากกันและหย่อนตัวลงตามอายุ

ทำไม "คอ" ถึงไปไวกว่า "หน้า"?

  • บางกว่าและแห้งกว่า : ผิวคอบางกว่าผิวหน้ามาก และแทบไม่มี "ต่อมผลิตน้ำมัน" ผิวคอเลยแห้งสนิทธรรมชาติ พอผิวแห้งก็เหมือนดินขาดน้ำที่พร้อมจะแตกระแหงได้ตลอดเวลา
  • ทำงานหนักแต่ความทนทานต่ำ : วันๆ หนึ่งคอเราต้องพับ ก้ม หัน เงย แต่ชั้นผิวกลับบางนิดเดียว เลยทนแรงพับซ้ำๆ ไม่ไหว
  • เวลาทาสกินแคร์ไม่ค่อยทาที่คอ : เราทากันแดดและครีมกระปุกละหลายพันลงบนหน้าอย่างตั้งใจ แต่พอลูบมาถึงคางแล้วมักจะหยุดแค่นั้น คอเลยโดนแดดเผา โดยไม่มีเกราะป้องกัน

วิธีแก้คอย่น ด้วยตัวเองที่บ้าน ทำได้เลย

การดูแลคอด้วยตัวเองที่บ้าน คือการชะลอไม่ให้แย่ลงไม่ใช่การทำให้รอยพับที่ยับไปแล้วกลับมาตึงเป๊ะเหมือนเดิม ดังนั้นเป้าหมายมีแค่ 2 อย่างคือ

  1. หยุดสร้างรอยพับใหม่
  2. คลายคอไม่ให้ตึงจนรอยเก่าดูชัดขึ้น

บริหารคอด้วยการ ยืดเหยียด เน้นคลาย ไม่เน้นเกร็ง

หลายคนพยายามไป 'เกร็งกล้ามเนื้อคอ' เพราะคิดว่าพอกล้ามใหญ่ขึ้นมันจะดันผิวให้ตึง ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด ยิ่งเกร็งบ่อยๆ คอจะยิ่งปูดออกมาเป็นเส้นลำๆ แนวตั้งแทน สิ่งที่เราต้องทำคือยืดคอที่มันหดสั้นจากการก้มหน้า ให้กลับมาตั้งตรง ต่างหาก

  • ท่าที่ 1 : ท่าเงยหน้าคางยื่น นั่งหลังตรง เงยหน้ามองเพดานช้าๆ แล้วยื่นปลายคางไปข้างหน้าเล็กน้อยจนรู้สึกตึงที่ลำคอด้านหน้า ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำ 10 ครั้ง
  • ท่าที่ 2 : ท่าหันคอซ้าย-ขวา หันหน้าไปทางซ้ายช้าๆ จนสุดเท่าที่ไม่เจ็บ ค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับไปหันขวา
  • ท่าที่ 3 : ท่าเก็บคาง มองตรงไปข้างหน้า แล้วหดคางเก็บไปด้านหลังตรงๆเหมือนเวลาเราทำคาง 2 ชั้น) ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง
    ใครที่มีปัญหาปวดคอเรื้อรัง หมอนรองกระดูกคอเสื่อม หรือมีอาการชาลงแขน ห้ามทำท่าเงยหน้าสุดเด็ดขาด นะครับ

ปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน

  1. ยกจอขึ้นมาหาตา อย่าก้มตาลงไปหาจอ : เวลาเล่นมือถือให้ยกขึ้นมาให้อยู่ระดับหน้า และหาที่ตั้งแล็ปท็อปมายกจอคอมฯ ให้สูงเท่าระดับสายตาพอดี เพื่อล็อกไม่ให้คอต้องพับลงมา

  2. เลิกนอนหมอนสูง : หมอนที่สูงเกินไปจะดันให้คอเราพับเข้าหาหน้าอกตลอด 6–8 ชั่วโมงที่นอนหลับ ควรเปลี่ยนมาใช้หมอนเตี้ยๆ หรือหมอนที่รองรับแค่ช่วงโค้งของหลังคอพอดี

  3. ดื่มน้ำให้ถึงวันละ 2.5–3 ลิตร : ผิวที่อิ่มน้ำจะมี "แรงดัน" คอยดันผิวจากข้างในไม่ให้มันยุบตัวลงไปเป็นรอยพับได้ง่ายๆ

ครีมบำรุงคอ เลือกส่วนผสมอะไรถึงช่วยแก้คอเหี่ยวได้จริง

การทาครีมแทนการยกกระชับไม่ได้นะ เพราะครีมซึมลงไปได้แค่ผิวชั้นบนๆ เท่านั้น แต่สามารถช่วยเปลี่ยนสภาพ "ผิวที่แห้งสากเหมือนกระดาษ" ให้กลับมาชุ่มชื้นและแน่นขึ้นได้จริง ถ้าเราพลิกดูหลังขวดแล้วเจอ 4 ตัวนี้:

ส่วนผสมที่ต้องมี (เลือกที่มี 2 ใน 4 ตัวนี้ก็พอ)

  1. Retinol (เรตินอล) : ตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวและสั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ แต่ผิวคอบางกว่าหน้า ต้องใช้แบบอ่อนที่สุด หรือใช้สารสกัดธรรมชาติอย่าง Bakuchiol แทน และทาแค่อาทิตย์ละ 2-3 คืนพอ ไม่ต้องทาทุกวันเดี๋ยวคอไหม้แล้วจะดำกว่าเดิม

  2. Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอน) : ทำหน้าที่เหมือน "ฟองน้ำดูดน้ำ" พอผิวคอได้อุ้มน้ำ ผิวก็จะฟูขึ้น รอยพับตื้นๆ ที่เกิดจากความแห้งก็จะดูเรียบเนียนขึ้น

  3. Niacinamide (วิตามินบี 3) : ช่วยเสริมSkin Barrier ไม่ให้น้ำระเหยออกไป แถมช่วยลดการอักเสบ และช่วยเคลียร์รอยดำๆ คล้ำๆ ตามข้อพับคอได้ด้วย

  4. Vitamin C (วิตามินซี) : คอยปกป้องผิวคอไม่ให้โดนแดดทำลาย และเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องใช้เวลาจะสร้างคอลลาเจนใหม่

วิธีป้องกันคอเหี่ยว ย่น หย่อน ทำก่อนที่จะสายเกินไป

วิธีป้องกันคอเหี่ยว ย่น หย่อน ทำก่อนที่จะสายเกินไป

เพราะถ้ารอยพับที่คอมันฝังลึกเป็นเส้นถาวรแล้ว ครีมแพงแค่ไหนก็ลบไม่ออก ดังนั้นการเริ่มดูแลตั้งแต่ผิวคอยังตึงๆ อยู่ คือวิธีที่ดีและคุ้มค่าที่สุด

สิ่งที่ควรทำทุกวัน

  • ทากันแดดให้ถึงคอบีบกันแดดทาที่คอและเนินอกด้วย เพราะแดดนี่แหละที่ทำให้คอเหี่ยว
  • เลิกก้มหน้าเล่นมือถือยกจอมือถือหรือจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ตรงกับระดับสายตา คอจะได้ไม่ต้องพับ ถ้ายิ่งพับคอบ่อย รอยย่นก็จะยิ่งลึก
  • นอนให้พอพยายามไม่เครียดถ้าเราอดนอนหรือเครียด ร่างกายจะหยุดซ่อมแซมผิว ทำให้ผิวคอโทรมและเหี่ยวไวมาก
  • งดสูบบุหรี่ บุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวไม่สะดวก คนที่สูบผิวคอจะแห้งและเหี่ยวเร็วกว่าคนไม่สูบ 5-10 ปีเลยทีเดียว
  • เน้นยืดคอ ถ้าอยากบริหารคอ ให้เน้นท่ายืดคอให้ตั้งตรง อย่าไปเกร็งคอเล่น เพราะยิ่งเกร็ง เส้นเอ็นที่คอจะยิ่งปูดออกมาดูแก่กว่าเดิม

อายุเท่าไหร่ ต้องดูแลคอยังไง

  • อายุ 20–29 ปี : ผิวยังดีอยู่ แค่เน้น "ทากันแดดที่คอ และดื่มน้ำให้เยอะๆ" เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น รอยพับก็เพียงพอ
  • อายุ 30–39 ปี : คอลลาเจนเริ่มน้อยลง รอยพับเริ่มมาให้เห็น ต้องเริ่มทาครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอลหรือเปปไทด์ เพื่อสั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่สู้กับริ้วรอย
  • อายุ 40 ปีขึ้นไป : ผิวเริ่มห้อยตกลงมา ทาครีมอย่างเดียวอาจจะเอาไม่อยู่แล้ว ต้องไปให้หมอช่วยใช้ "เครื่องยกกระชับ" ยิงเพื่อดึงผิวขึ้น ยกตัวอย่าง โปรแกรม Oligio X

หากครีมยังไม่พอ แนะนำยกกระชับคอ ด้วยโปรแกรม Oligio X

หากครีมยังไม่พอ แนะนำยกกระชับคอ ด้วยโปรแกรม Oligio X

ลำคอเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันน้อยและมีชั้นผิวที่บางกว่าใบหน้ามาก เมื่อเริ่มมีปัญหาคอย่นหรือเนื้อใต้ค้างเริ่มย้วยลงมา การใช้เทคโนโลยี Monopolar RF คลื่นวิทยุความถี่สูง อย่าง โปรแกรม Oligio X จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อส่งผ่านความร้อนลงไป เสริมสร้างความหนาแน่นผิว

การทำงานของโปรแกรม Oligio X กับผิวบริเวณลำคอ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
  • การส่งผ่านความร้อนตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไปใต้ชั้นผิวลึกถึงชั้นหนังแท้ พลังงานนี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อน ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่พอดีกับเซลล์ผิว
  • การหดตัวของเส้นใยเดิม เมื่อเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใต้คอที่เคยยืดหรือหลวมตัวได้รับความร้อนในระดับนี้ เกลียวของเส้นใยจะเกิดการหดตัวเข้าหากัน (คล้ายกับเส้นเอ็นที่โดนความร้อนแล้วหดสั้นลง) ส่งผลให้โครงสร้างผิวที่ย้วยเกิดการตึงตัวขึ้น
  • การสร้างใหม่หลังจากนั้น ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตัวเอง โดยจะค่อยๆ ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่อย่างต่อเนื่องในช่วง 1–3 เดือน ผิวลำคอที่เคยพับเป็นเส้นหรือบางคล้ายกระดาษ จึงค่อยๆ มีเนื้อที่แน่นและฟูขึ้นจากภายใน

GXG Mode ทำให้เหมาะกับผิวคอ

ในเครื่องรุ่น Oligio X จะมีโหมดการปล่อยพลังงานพิเศษที่เรียกว่า GXG Mode ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเจ็บและการสะสมความร้อนที่มากเกินไป โดยทำงานด้วยกลไก 3 จังหวะต่อเนื่องใน 1 ช็อต ซึ่งตอบโจทย์กับลักษณะผิวลำคอที่บางดังนี้ :

  • G Mode จะเน้นการส่งพลังงานอย่างนุ่มนวลไปยังผิวชั้นตื้นและชั้นหนังแท้ เพื่อเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เหมาะกับการดูแลคุณภาพผิว และบริเวณผิวที่บอบบาง
  • X Mode จะเน้นการส่งพลังงานลงลึกมากขึ้น เพื่อช่วยดูแลความหย่อนคล้อยและความไม่กระชับของผิวบริเวณกรอบหน้า แก้ม และใต้คาง พลังงานความร้อนจะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัว และช่วยเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะต่อมา ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและดูชัดขึ้น

ระบบปกป้องผิวชั้นบน

  • Intelligent Cooling System : ก่อนและหลังการปล่อยพลังงานแต่ละช็อต หัวทิปจะทำความเยบ็น ออกมาเคลือบผิวชั้นหนังกำพร้าไว้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผิวไหม้
  • Vibration ระบบสั่นลดเจ็บ : หัวเครื่องจะสั่นเพื่อส่งสัญญาณรบกวนระบบประสาทรับรู้ความรู้สึก ทำให้สมองแปลสัญญาณความร้อนได้ช้าลง ช่วยให้สามารถทำโปรแกรมได้ต่อเนื่องจนครบจำนวนช็อต

วิธีเช็กเครื่องแท้ โปรแกรม Oligio X ก่อนตัดสินใจทำ

เพื่อความมั่นใจก่อนรับบริการ โปรแกรม Oligio X เราสามารถเช็กเครื่องแท้ของบริษัทผู้นำเข้า Wontech Asia ได้ง่ายๆ 5 จุด ดังนี้:

  • ใบประกาศนียบัตร (Certificate) : คลินิกต้องมีใบรับรองจากบริษัทผู้นำเข้าตั้งโชว์ไว้ให้เห็นชัดเจน
  • สติกเกอร์หน้าคลินิก (Window Sticker) : สังเกตที่กระจกหรือหน้าประตูคลินิก จะมีสติกเกอร์โลโก้รูปตัว "X" สีฟ้า-ดำ ติดอยู่
  • สติกเกอร์สีทอง (Gold Sticker) : บนตัวเครื่องต้องมีสติกเกอร์สีทอง พิมพ์คำว่า "Oligio X Authenticity"
  • สติกเกอร์สีเงิน (Silver Sticker) : บนตัวเครื่องจะมีสติกเกอร์สีเงินพร้อม QR Code ให้เราสามารถหยิบมือถือขึ้นมาสแกนเช็กข้อมูลเครื่องได้ด้วยตัวเอง
  • เช็กรายชื่อคลินิกกับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง : สามารถค้นหารายชื่อคลินิกที่ให้บริการเครื่องแท้ ได้ทางเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของ Wontech Asia (ผู้นำเข้าในไทย) เพื่อความชัวร์ก่อนตัดสินใจทำ

แก้ให้ตรงจุด ไม่ต้องเสียเงินลองผิดลองถูก

การจะกู้คอให้กลับมาตึง ไม่ใช่แค่เอาเงินไปจิ้มเลือกทำคอร์สที่แพงที่สุดแต่คือการแก้ให้ตรงชั้นผิว เพราะปัญหาคอมีลึกถึง 4 ชั้น ผิว, หนังแท้, ไขมัน, กล้ามเนื้อ ถ้าปัญหาอยู่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ แต่เราไปเสียเงินทำแค่เครื่องที่ช่วยผิวชั้นบน ก็แก้ไขไม่ถูกจุด

FAQ : คอเหี่ยว ย่น หย่อน

บริหารคอช่วยให้ตึงได้จริงไหม?

ได้แค่ช่วยคลายไม่ใช่ทำให้ผิวกลับมาตึง หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเกร็งคอสร้างกล้ามเนื้อให้มันตึง ยิ่งเกร็งบ่อย คอจะยิ่งปูดออกมาเป็นเส้นลำๆ ดูแก่กว่าเดิมควรเน้นยืดคอให้ตั้งตรงก็พอ

เข้าคลินิกทำเครื่องยกกระชับ อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยเฉลี่ยอยู่ได้ 12 ปี แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าทำมาแพงแต่ยังกลับไปก้มหน้าเล่นมือถือวันละ 8 ชั่วโมงเหมือนเดิม คอก็กลับมายับไวเหมือนเดิม

ครีมทาคอช่วยได้แค่ไหน ถ้าเทียบกับ Oligio X?

คนละหน้าที่กัน :

  • ครีมทาคอ : ดูแลแค่ "ผิวชั้นนอก" ให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งสาก ทำให้รอยย่นดูนุ่มนวลขึ้น
  • Oligio X : จัดการ โครงสร้างข้างใน ให้หดตัวและกระชับขึ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่

 

หลังทำโปรแกรม Oligio X

หลังทำรู้สึกได้ชัดเลยคือจับแล้วผิวดูแน่นและตึงตัวขึ้น กรอบหน้ามาแบบดูเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคือทำแล้วหน้าไม่ตอบ ไม่โทรมเลยค่ะ ใครเริ่มมีปัญหาผิวหลวมๆ แนะนำให้นัดเข้าไปปรึกษาดูก่อนได้เลยน้า ประทับใจมาก

 

 

ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วยโปรแกรม Oligio X ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!

ช่องทางการติดต่อ : 


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้