หน้าตึงแต่คอย่น! คอเหี่ยวไวกว่าหน้า ดูแลด้วยโปรแกรม Oligio X

คอเหี่ยว ย่น หย่อน คืออะไร รู้จักปัญหาก่อนแก้ให้ถูกจุด
เวลาทาครีม เรามักจะตั้งใจทาแค่หน้าจนลืมไปว่าคอ คือจุดที่เห็นอายุได้ชัดที่สุด พอคอเริ่มมีริ้วรอย หลายคนมักจะเหมารวมว่ามันคือเรื่องเดียวกันแต่จริงๆแล้ว ปัญหาผิวที่คอแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ เป็นที่ผิวชั้นนอก, เป็นที่ชั้นไขมัน, หรือเป็นที่ชั้นกล้ามเนื้อข้างใน ซึ่งแต่ละแบบมีวิธีแก้คนละแบบ
ความแตกต่างของ คอเหี่ยว คอย่น และคอหย่อนยาน
- คอย่น เป็นเส้นแนวนอน :
- ลักษณะ : เหมือนมี "สร้อยคอ" คาดอยู่ 2-3 เส้น
-
- เกิดจากพฤติกรรมเช่นนั่งก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ พอคอถูกพับซ้ำๆ ทุกวัน ผิวตรงรอยพับก็เลยยุบตัวลงจนกลายเป็นรอยถาวรเป็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น
- คอเหี่ยว ผิวแห้งสากคล้ายกระดาษสา :
- ลักษณะ : ผิวดูบาง แห้ง จับแล้วสากๆ ย่นๆ ไม่เด้งมือ
-
- เกิดจากแดดที่สะสมมาหลายปี รังสี UV ลงไปทำลายคอลลาเจนจนผิวเสียสปริงในการดีดตัวกลับ
- เกิดจากแดดที่สะสมมาหลายปี รังสี UV ลงไปทำลายคอลลาเจนจนผิวเสียสปริงในการดีดตัวกลับ
- คอหย่อนยาน เหนียงห้อยย้วย :
- ลักษณะ : มีเนื้อหรือไขมันห้อยย้อยลงมาใต้คาง คล้ายเหนียงไก่
-
- เกิดจากความชราตามวัยโครงสร้างชั้นลึกหย่อนลงเนื่องจากอายุ ผสมกับมีไขมันสะสม แล้วโดนแรงโน้มถ่วงดึงตกลงมา
- คอปูดเป็นลำแนวตั้ง กล้ามเนื้อแยก :
- ลักษณะ : เวลาพูด เกร็งคอ หรือแสดงสีหน้า จะเห็นเป็น "เส้นเอ็นลำใหญ่ๆ" 2 เส้นปูดขึ้นมาตั้งแต่ใต้คางลงไปถึงไหปลาร้า
-
- ไม่ใช่ปัญหาที่ผิวหนัง แต่เป็นเพราะ แผ่นกล้ามเนื้อคอ ข้างในแยกออกจากกันและหย่อนตัวลงตามอายุ
ทำไม "คอ" ถึงไปไวกว่า "หน้า"?
- บางกว่าและแห้งกว่า : ผิวคอบางกว่าผิวหน้ามาก และแทบไม่มี "ต่อมผลิตน้ำมัน" ผิวคอเลยแห้งสนิทธรรมชาติ พอผิวแห้งก็เหมือนดินขาดน้ำที่พร้อมจะแตกระแหงได้ตลอดเวลา
- ทำงานหนักแต่ความทนทานต่ำ : วันๆ หนึ่งคอเราต้องพับ ก้ม หัน เงย แต่ชั้นผิวกลับบางนิดเดียว เลยทนแรงพับซ้ำๆ ไม่ไหว
- เวลาทาสกินแคร์ไม่ค่อยทาที่คอ : เราทากันแดดและครีมกระปุกละหลายพันลงบนหน้าอย่างตั้งใจ แต่พอลูบมาถึงคางแล้วมักจะหยุดแค่นั้น คอเลยโดนแดดเผา โดยไม่มีเกราะป้องกัน
วิธีแก้คอย่น ด้วยตัวเองที่บ้าน ทำได้เลย
การดูแลคอด้วยตัวเองที่บ้าน คือการชะลอไม่ให้แย่ลงไม่ใช่การทำให้รอยพับที่ยับไปแล้วกลับมาตึงเป๊ะเหมือนเดิม ดังนั้นเป้าหมายมีแค่ 2 อย่างคือ
- หยุดสร้างรอยพับใหม่
- คลายคอไม่ให้ตึงจนรอยเก่าดูชัดขึ้น
บริหารคอด้วยการ ยืดเหยียด เน้นคลาย ไม่เน้นเกร็ง
หลายคนพยายามไป 'เกร็งกล้ามเนื้อคอ' เพราะคิดว่าพอกล้ามใหญ่ขึ้นมันจะดันผิวให้ตึง ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด ยิ่งเกร็งบ่อยๆ คอจะยิ่งปูดออกมาเป็นเส้นลำๆ แนวตั้งแทน สิ่งที่เราต้องทำคือยืดคอที่มันหดสั้นจากการก้มหน้า ให้กลับมาตั้งตรง ต่างหาก
- ท่าที่ 1 : ท่าเงยหน้าคางยื่น นั่งหลังตรง เงยหน้ามองเพดานช้าๆ แล้วยื่นปลายคางไปข้างหน้าเล็กน้อยจนรู้สึกตึงที่ลำคอด้านหน้า ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำ 10 ครั้ง
- ท่าที่ 2 : ท่าหันคอซ้าย-ขวา หันหน้าไปทางซ้ายช้าๆ จนสุดเท่าที่ไม่เจ็บ ค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับไปหันขวา
- ท่าที่ 3 : ท่าเก็บคาง มองตรงไปข้างหน้า แล้วหดคางเก็บไปด้านหลังตรงๆเหมือนเวลาเราทำคาง 2 ชั้น) ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง
ใครที่มีปัญหาปวดคอเรื้อรัง หมอนรองกระดูกคอเสื่อม หรือมีอาการชาลงแขน ห้ามทำท่าเงยหน้าสุดเด็ดขาด นะครับ
ปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน
- ยกจอขึ้นมาหาตา อย่าก้มตาลงไปหาจอ : เวลาเล่นมือถือให้ยกขึ้นมาให้อยู่ระดับหน้า และหาที่ตั้งแล็ปท็อปมายกจอคอมฯ ให้สูงเท่าระดับสายตาพอดี เพื่อล็อกไม่ให้คอต้องพับลงมา
- เลิกนอนหมอนสูง : หมอนที่สูงเกินไปจะดันให้คอเราพับเข้าหาหน้าอกตลอด 6–8 ชั่วโมงที่นอนหลับ ควรเปลี่ยนมาใช้หมอนเตี้ยๆ หรือหมอนที่รองรับแค่ช่วงโค้งของหลังคอพอดี
- ดื่มน้ำให้ถึงวันละ 2.5–3 ลิตร : ผิวที่อิ่มน้ำจะมี "แรงดัน" คอยดันผิวจากข้างในไม่ให้มันยุบตัวลงไปเป็นรอยพับได้ง่ายๆ
ครีมบำรุงคอ เลือกส่วนผสมอะไรถึงช่วยแก้คอเหี่ยวได้จริง
การทาครีมแทนการยกกระชับไม่ได้นะ เพราะครีมซึมลงไปได้แค่ผิวชั้นบนๆ เท่านั้น แต่สามารถช่วยเปลี่ยนสภาพ "ผิวที่แห้งสากเหมือนกระดาษ" ให้กลับมาชุ่มชื้นและแน่นขึ้นได้จริง ถ้าเราพลิกดูหลังขวดแล้วเจอ 4 ตัวนี้:
ส่วนผสมที่ต้องมี (เลือกที่มี 2 ใน 4 ตัวนี้ก็พอ)
- Retinol (เรตินอล) : ตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวและสั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ แต่ผิวคอบางกว่าหน้า ต้องใช้แบบอ่อนที่สุด หรือใช้สารสกัดธรรมชาติอย่าง Bakuchiol แทน และทาแค่อาทิตย์ละ 2-3 คืนพอ ไม่ต้องทาทุกวันเดี๋ยวคอไหม้แล้วจะดำกว่าเดิม
- Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอน) : ทำหน้าที่เหมือน "ฟองน้ำดูดน้ำ" พอผิวคอได้อุ้มน้ำ ผิวก็จะฟูขึ้น รอยพับตื้นๆ ที่เกิดจากความแห้งก็จะดูเรียบเนียนขึ้น
- Niacinamide (วิตามินบี 3) : ช่วยเสริมSkin Barrier ไม่ให้น้ำระเหยออกไป แถมช่วยลดการอักเสบ และช่วยเคลียร์รอยดำๆ คล้ำๆ ตามข้อพับคอได้ด้วย
- Vitamin C (วิตามินซี) : คอยปกป้องผิวคอไม่ให้โดนแดดทำลาย และเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องใช้เวลาจะสร้างคอลลาเจนใหม่
วิธีป้องกันคอเหี่ยว ย่น หย่อน ทำก่อนที่จะสายเกินไป

เพราะถ้ารอยพับที่คอมันฝังลึกเป็นเส้นถาวรแล้ว ครีมแพงแค่ไหนก็ลบไม่ออก ดังนั้นการเริ่มดูแลตั้งแต่ผิวคอยังตึงๆ อยู่ คือวิธีที่ดีและคุ้มค่าที่สุด
สิ่งที่ควรทำทุกวัน
- ทากันแดดให้ถึงคอบีบกันแดดทาที่คอและเนินอกด้วย เพราะแดดนี่แหละที่ทำให้คอเหี่ยว
- เลิกก้มหน้าเล่นมือถือยกจอมือถือหรือจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ตรงกับระดับสายตา คอจะได้ไม่ต้องพับ ถ้ายิ่งพับคอบ่อย รอยย่นก็จะยิ่งลึก
- นอนให้พอพยายามไม่เครียดถ้าเราอดนอนหรือเครียด ร่างกายจะหยุดซ่อมแซมผิว ทำให้ผิวคอโทรมและเหี่ยวไวมาก
- งดสูบบุหรี่ บุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวไม่สะดวก คนที่สูบผิวคอจะแห้งและเหี่ยวเร็วกว่าคนไม่สูบ 5-10 ปีเลยทีเดียว
- เน้นยืดคอ ถ้าอยากบริหารคอ ให้เน้นท่ายืดคอให้ตั้งตรง อย่าไปเกร็งคอเล่น เพราะยิ่งเกร็ง เส้นเอ็นที่คอจะยิ่งปูดออกมาดูแก่กว่าเดิม
อายุเท่าไหร่ ต้องดูแลคอยังไง
- อายุ 20–29 ปี : ผิวยังดีอยู่ แค่เน้น "ทากันแดดที่คอ และดื่มน้ำให้เยอะๆ" เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น รอยพับก็เพียงพอ
- อายุ 30–39 ปี : คอลลาเจนเริ่มน้อยลง รอยพับเริ่มมาให้เห็น ต้องเริ่มทาครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอลหรือเปปไทด์ เพื่อสั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่สู้กับริ้วรอย
- อายุ 40 ปีขึ้นไป : ผิวเริ่มห้อยตกลงมา ทาครีมอย่างเดียวอาจจะเอาไม่อยู่แล้ว ต้องไปให้หมอช่วยใช้ "เครื่องยกกระชับ" ยิงเพื่อดึงผิวขึ้น ยกตัวอย่าง โปรแกรม Oligio X
หากครีมยังไม่พอ แนะนำยกกระชับคอ ด้วยโปรแกรม Oligio X

ลำคอเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันน้อยและมีชั้นผิวที่บางกว่าใบหน้ามาก เมื่อเริ่มมีปัญหาคอย่นหรือเนื้อใต้ค้างเริ่มย้วยลงมา การใช้เทคโนโลยี Monopolar RF คลื่นวิทยุความถี่สูง อย่าง โปรแกรม Oligio X จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อส่งผ่านความร้อนลงไป เสริมสร้างความหนาแน่นผิว
การทำงานของโปรแกรม Oligio X กับผิวบริเวณลำคอ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้- การส่งผ่านความร้อนตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไปใต้ชั้นผิวลึกถึงชั้นหนังแท้ พลังงานนี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อน ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่พอดีกับเซลล์ผิว
- การหดตัวของเส้นใยเดิม เมื่อเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใต้คอที่เคยยืดหรือหลวมตัวได้รับความร้อนในระดับนี้ เกลียวของเส้นใยจะเกิดการหดตัวเข้าหากัน (คล้ายกับเส้นเอ็นที่โดนความร้อนแล้วหดสั้นลง) ส่งผลให้โครงสร้างผิวที่ย้วยเกิดการตึงตัวขึ้น
- การสร้างใหม่หลังจากนั้น ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตัวเอง โดยจะค่อยๆ ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่อย่างต่อเนื่องในช่วง 1–3 เดือน ผิวลำคอที่เคยพับเป็นเส้นหรือบางคล้ายกระดาษ จึงค่อยๆ มีเนื้อที่แน่นและฟูขึ้นจากภายใน
GXG Mode ทำให้เหมาะกับผิวคอ
ในเครื่องรุ่น Oligio X จะมีโหมดการปล่อยพลังงานพิเศษที่เรียกว่า GXG Mode ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเจ็บและการสะสมความร้อนที่มากเกินไป โดยทำงานด้วยกลไก 3 จังหวะต่อเนื่องใน 1 ช็อต ซึ่งตอบโจทย์กับลักษณะผิวลำคอที่บางดังนี้ :
- G Mode จะเน้นการส่งพลังงานอย่างนุ่มนวลไปยังผิวชั้นตื้นและชั้นหนังแท้ เพื่อเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เหมาะกับการดูแลคุณภาพผิว และบริเวณผิวที่บอบบาง
- X Mode จะเน้นการส่งพลังงานลงลึกมากขึ้น เพื่อช่วยดูแลความหย่อนคล้อยและความไม่กระชับของผิวบริเวณกรอบหน้า แก้ม และใต้คาง พลังงานความร้อนจะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัว และช่วยเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะต่อมา ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและดูชัดขึ้น
ระบบปกป้องผิวชั้นบน
- Intelligent Cooling System : ก่อนและหลังการปล่อยพลังงานแต่ละช็อต หัวทิปจะทำความเยบ็น ออกมาเคลือบผิวชั้นหนังกำพร้าไว้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผิวไหม้
- Vibration ระบบสั่นลดเจ็บ : หัวเครื่องจะสั่นเพื่อส่งสัญญาณรบกวนระบบประสาทรับรู้ความรู้สึก ทำให้สมองแปลสัญญาณความร้อนได้ช้าลง ช่วยให้สามารถทำโปรแกรมได้ต่อเนื่องจนครบจำนวนช็อต
วิธีเช็กเครื่องแท้ โปรแกรม Oligio X ก่อนตัดสินใจทำ
เพื่อความมั่นใจก่อนรับบริการ โปรแกรม Oligio X เราสามารถเช็กเครื่องแท้ของบริษัทผู้นำเข้า Wontech Asia ได้ง่ายๆ 5 จุด ดังนี้:
- ใบประกาศนียบัตร (Certificate) : คลินิกต้องมีใบรับรองจากบริษัทผู้นำเข้าตั้งโชว์ไว้ให้เห็นชัดเจน
- สติกเกอร์หน้าคลินิก (Window Sticker) : สังเกตที่กระจกหรือหน้าประตูคลินิก จะมีสติกเกอร์โลโก้รูปตัว "X" สีฟ้า-ดำ ติดอยู่
- สติกเกอร์สีทอง (Gold Sticker) : บนตัวเครื่องต้องมีสติกเกอร์สีทอง พิมพ์คำว่า "Oligio X Authenticity"
- สติกเกอร์สีเงิน (Silver Sticker) : บนตัวเครื่องจะมีสติกเกอร์สีเงินพร้อม QR Code ให้เราสามารถหยิบมือถือขึ้นมาสแกนเช็กข้อมูลเครื่องได้ด้วยตัวเอง
- เช็กรายชื่อคลินิกกับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง : สามารถค้นหารายชื่อคลินิกที่ให้บริการเครื่องแท้ ได้ทางเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของ Wontech Asia (ผู้นำเข้าในไทย) เพื่อความชัวร์ก่อนตัดสินใจทำ
แก้ให้ตรงจุด ไม่ต้องเสียเงินลองผิดลองถูก
การจะกู้คอให้กลับมาตึง ไม่ใช่แค่เอาเงินไปจิ้มเลือกทำคอร์สที่แพงที่สุดแต่คือการแก้ให้ตรงชั้นผิว เพราะปัญหาคอมีลึกถึง 4 ชั้น ผิว, หนังแท้, ไขมัน, กล้ามเนื้อ ถ้าปัญหาอยู่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ แต่เราไปเสียเงินทำแค่เครื่องที่ช่วยผิวชั้นบน ก็แก้ไขไม่ถูกจุด
FAQ : คอเหี่ยว ย่น หย่อน
บริหารคอช่วยให้ตึงได้จริงไหม?
ได้แค่ช่วยคลายไม่ใช่ทำให้ผิวกลับมาตึง หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเกร็งคอสร้างกล้ามเนื้อให้มันตึง ยิ่งเกร็งบ่อย คอจะยิ่งปูดออกมาเป็นเส้นลำๆ ดูแก่กว่าเดิมควรเน้นยืดคอให้ตั้งตรงก็พอ
เข้าคลินิกทำเครื่องยกกระชับ อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยเฉลี่ยอยู่ได้ 12 ปี แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าทำมาแพงแต่ยังกลับไปก้มหน้าเล่นมือถือวันละ 8 ชั่วโมงเหมือนเดิม คอก็กลับมายับไวเหมือนเดิม
ครีมทาคอช่วยได้แค่ไหน ถ้าเทียบกับ Oligio X?
คนละหน้าที่กัน :
- ครีมทาคอ : ดูแลแค่ "ผิวชั้นนอก" ให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งสาก ทำให้รอยย่นดูนุ่มนวลขึ้น
- Oligio X : จัดการ โครงสร้างข้างใน ให้หดตัวและกระชับขึ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่

หลังทำรู้สึกได้ชัดเลยคือจับแล้วผิวดูแน่นและตึงตัวขึ้น กรอบหน้ามาแบบดูเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคือทำแล้วหน้าไม่ตอบ ไม่โทรมเลยค่ะ ใครเริ่มมีปัญหาผิวหลวมๆ แนะนำให้นัดเข้าไปปรึกษาดูก่อนได้เลยน้า ประทับใจมาก
ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วยโปรแกรม Oligio X ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!
ช่องทางการติดต่อ :
- โทร : 098-467-6878
- LINE : aeswellclinic
- Facebook : Aeswell Clinic
- Instagram : aeswellclinic_official


