บีบสิวเองได้ไหม? ระวังหน้าพังเพราะทำผิดวิธี พร้อมทางออก ด้วยโปรแกรม Acne Away

Key Takeaway
- การใช้นิ้วบีบเค้นสิวมักทำให้ถุงหุ้มสิว แตกอยู่ใต้ชั้นผิว ส่งผลให้แบคทีเรียกระจายตัว เป็นสาเหตุหลักของรอยแดง รอยดำฝังลึก และหลุมสิวถาวร
- สิวอักเสบไม่มีหัวและสิวหัวช้าง ห้ามบีบหรือเค้นเด็ดขาด อนุญาตให้จัดการเบื้องต้นได้เฉพาะสิวหัวหนองที่สุกเต็มที่และมีหัวเปิดเท่านั้น
- หากจำเป็นต้องเอาหัวสิวออก ห้ามใช้มือเปล่าเค้นซ้ำๆ ต้องใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการทำความสะอาด และปิดท้ายด้วยแผ่นแปะสิวเสมอเพื่อดูดซับของเหลว
- การเลือกใช้โปรแกรมกดสิวหรือ โปรแกรมฉีดสิว โดยแพทย์ผู้ประเมินโครงสร้างผิว จะช่วยเคลียร์สิ่งอุดตันได้ดีกว่า
- โปรแกรม Acne Away (8 ขั้นตอน) : คือทางเลือกเพื่อจัดการสิวทั้ง 6 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่การลดการอักเสบ เคลียร์สิ่งอุดตัน ไปจนถึงการบำรุงฟื้นฟูผิว เพื่อตัดวงจรสิวซ้ำซาก
เกิดอะไรขึ้นกับผิวตอนที่เราบีบสิว
การบีบสิวคือการออกแรงกดที่ผิวหนังเพื่อให้สิ่งอุดตัน เช่น น้ำมัน สิ่งสกปรก หรือหนองหลุดออกมาจากรูขุมขน แต่ในความเป็นจริง ผิวหนังใต้ชั้นผิวเรานั้นบอบบางมาก หากเรากดแรงเกินไปหรือใช้น้ำหนักมือไม่เหมาะสม ถุงหุ้มสิวใต้ผิวอาจแตกออก ทำให้เชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่เคยอยู่แค่ในจุดเดียว กระจายตัวลงไปในเนื้อเยื่อรอบข้าง ผลคือสิวจะยิ่งอักเสบ บวมแดง และหายยากกว่าเดิมหลายเท่า
เวลาบีบสิว สิ่งสกปรกหลุดออกมาได้ยังไง?
- กรณีสิวที่มีหัว : เป็นสิวที่ปากรูขุมขนเปิดออกอยู่แล้ว เมื่อกดเบาๆ หัวสิวจึงหลุดออกมาได้ง่ายโดยไม่ทำร้ายผิวมากนัก
- กรณีสิวยังไม่มีหัว : แรงกดที่เราลงไปจะไม่ดันหัวสิวออก แต่กลับดันสิ่งสกปรกให้มุดลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนังแทน ทำให้เกิดอาการผิวช้ำ อักเสบ และกลายเป็นรอยดำตามมา
ทำไมเราถึงชอบบีบสิว เห็นแล้วอดใจไม่ไหว?
เป็นเรื่องของธรรมชาติสมอง เมื่อเราบีบสิวหรือดึงหัวสิวออกได้สำเร็จ สมองจะหลั่งสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุขอย่าง โดพามีนออกมา ทำให้เรารู้สึกโล่งใจและสะใจ นอกจากนี้ มนุษย์ยังมีสัญชาตญาณรักความสะอาด พอเห็นสิ่งแปลกปลอมนูนออกมาบนใบหน้า เราจึงอยากกำจัดทิ้งไป
บีบสิวดีไหม?
ไม่ดีเพราะ การบีบสิวเองมักให้ผลเสียมากกว่าผลดี แม้จะรู้สึกโล่งที่กำจัดหัวสิวออกไปได้ แต่การใช้น้ำหนักมือเองมักทำร้ายผิวหนังชั้นในเกินกว่าที่เราจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ข้อเสียของการบีบสิวเอง: รอยดำ หลุมสิว และการติดเชื้อ
- รอยแดง รอยดำ : แรงบีบที่มากเกินไปทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตก เกิดเลือดคั่งจนกลายเป็นรอยแดงและรอยดำที่รักษานาน
- หลุมสิว : เมื่อผิวช้ำหนักจนคอลลาเจนใต้ผิวถูกทำลาย ผิวจะยุบตัวลง หากร่างกายซ่อมแซมได้ไม่สมบูรณ์ จะกลายเป็นพังผืดดึงรั้งจนเกิดเป็นหลุมสิวถาวร
- การติดเชื้อ : หากนิ้วมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไม่สะอาด เชื้อโรคจะเข้าสู่แผลได้ง่าย ทำให้สิวที่กำลังจะยุบกลับมาอักเสบหนักกว่าเดิมและอาจลามไปเป็นวงกว้าง

บีบสิวผิดวิธีแบบไหน ถึงทำให้เสี่ยงหน้าพังเป็นแผลเป็น
ยิ่งเราพยายามบีบสิวเองบ่อยๆ ผิวหนังและคอลลาเจนใต้ผิวก็จะถูกทำลายซ้ำๆ จากแรงกด ทำให้หน้าของเรากลายเป็นแผลเป็นได้ง่ายขึ้น
3 ข้อผิดพลาดที่ทำให้บีบสิวแล้วหน้าพัง
- มือและที่กดสิวไม่สะอาด : เป็นการนำเชื้อโรคเข้าไปในแผลโดยตรง ทำให้สิวอักเสบหนักขึ้นและใช้เวลานานกว่าปกติในการหาย
- กะน้ำหนักมือไม่ถูก : เมื่อออกแรงเค้นหรือกดผิดองศา แทนที่หัวสิวจะหลุดออกมา ถุงสิวข้างในกลับแตกกระจาย ทำให้สิ่งอุดตันทะลักอยู่ใต้ผิวแทน
- ฝืนเค้นซ้ำจุดเดิม : พอบีบไม่ออกก็ยิ่งฝืนบีบซ้ำๆ ทำให้ผิวบริเวณนั้นช้ำ เส้นเลือดฝอยแตก จนกลายเป็นรอยแดงและรอยดำที่ฝังลึก
ทำไมบางคนบีบสิวแล้วเป็นรอย เป็นแผลเป็นง่ายกว่าคนอื่น?
- คนที่มีผิวคล้ำ เซลล์เม็ดสีจะไวต่อการอักเสบมากกว่า ทำให้เกิดรอยดำได้ง่าย และรอยจางหายช้ากว่าคนผิวขาว
- ร่างกายแต่ละคนมีวิธีซ่อมแซมผิวต่างกัน บางคนซ่อมแซมไวเกินไปจนกลายเป็นแผลเป็นนูน แต่บางคนซ่อมแซมไม่ทันจนผิวเกิดการยุบตัวกลายเป็นหลุมสิว
อาการหลังบีบสิวที่เจอบ่อย
บีบสิวแล้วบวม เกิดจากอะไร? กี่วันถึงจะหาย?
อาการบวมแดงเป็นเรื่องปกติ เพราะร่างกายกำลังส่งเลือดและเม็ดเลือดขาวมาซ่อมแซมผิวตรงที่เราไปกด โดยทั่วไปจะค่อยๆ ยุบลงภายใน 2-4 วัน แต่ถ้าบวมนานกว่านี้ หรือมีอาการปวดและรู้สึกร้อนๆ ตรงแผล แสดงว่าแผลอาจอักเสบหนักหรือเริ่มมีการติดเชื้อ
บีบสิวแล้วเลือดออก ปกติไหม? แล้วถ้า "มีแต่เลือด" ล่ะ?
ถ้าบีบแล้วมีเลือดปนหนองออกมานิดหน่อยถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเส้นเลือดฝอยรอบๆ สิวฉีกขาดจากการถูกกด แต่ถ้าบีบแล้ว มีแต่เลือดไม่มีหนองหรือสิ่งสกปรกหลุดออกมาเลย แปลว่าสิวยังไม่สุก ห้ามฝืนบีบต่อเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวช้ำและกลายเป็นรอยดำฝังลึก
บีบสิวแล้วเลือดไหลไม่หยุด ทำยังไงดี?
ถ้าเลือดไหลออกมาไม่ยอมหยุด อาจเพราะเราเค้นแรงเกินไปจนเส้นเลือดฝอยบาดเจ็บหนัก หรือไปแกะสะเก็ดแผลซ้ำ วิธีแก้เบื้องต้นคือ เอาสำลีหรือผ้าก๊อซสะอาดมากดทับแผลไว้เบาๆ นิ่งๆ สัก 5-10 นาทีโดยไม่ต้องเปิดดู
บีบสิวแล้วมีน้ำใสๆ ซึมออกมา อันตรายไหม?
น้ำใสๆ ที่ออกมาคือ น้ำเหลือง เป็นเรื่องปกติที่ร่างกายพยายามรักษาแผลและสร้างเกราะป้องกันผิวตรงนั้น ไม่ได้อันตราย
ถ้าจำเป็นต้องบีบสิวเองจริงๆ ทำอย่างไรให้ปลอดภัย?
หากสิวสุกจนทนไม่ไหวและจำเป็นต้องเอาออก การทำตามขั้นตอนที่สะอาดจะช่วยลดโอกาสที่หน้าจะพังและเกิดแผลเป็นได้
1. ล้างมือและเตรียมอุปกรณ์ให้สะอาด
ความสะอาดสำคัญ เริ่มจากล้างหน้าและล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด จากนั้นใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณหัวสิวและเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น ที่กดสิว เพื่อฆ่าเชื้อโรค ไม่ให้มีแบคทีเรียแปลกปลอมเข้าไปแทรกซ้อนในแผล
2. สิวต้องสุกเต็มที่เท่านั้น
สิวที่พร้อมบีบคือ สิวหัวหนองที่มีหัวสีขาวหรือสีเหลืองลอยปูดขึ้นมา จนผิวดูบางและเหมือนจะแตกเองได้ แบบนี้บีบได้ แต่ถ้าสิวยังเป็นตุ่มแดง แข็ง กดแล้วเจ็บ หรือหัวหนองยังอยู่ลึกๆ ห้ามบีบเด็ดขาด เพราะบีบไปหัวสิวก็ไม่ออก
3. ใช้ที่กดสิว หรือคอตตอนบัด แทนการใช้เล็บ
อย่าใช้เล็บหรือนิ้วบีบตรงๆ เพราะเรามักจะกะแรงไม่ได้และทำให้ผิวช้ำ แนะนำให้ใช้ที่กดสิวครอบหัวสิวแล้วกดลงไปเบาๆ หรือใช้คอตตอนบัด 2 ก้านดันขนาบข้างหัวสิวเพื่อรีดหนองออก ถ้ารีดเบาๆ 1-2 ครั้งแล้วไม่ออกให้ หยุดเพราะแปลว่าสิวยังไม่สุก ถ้าขืนบีบต่อ ถุงสิวข้างในจะแตกและอักเสบหนักกว่าเดิม
4. ดูแลแผลหลังบีบสิว
พอหนองและเลือดออกจนหมดจนเหลือแค่น้ำใสๆ ให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือล้างแผลเช็ดเบาๆ ให้สะอาด (ห้ามใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลสด เพราะจะทำให้แสบและแผลหายช้า) พอผิวแห้งสนิทแล้ว ให้ใช้ แผ่นแปะสิว แปะทับไว้ แผ่นนี้จะช่วยดูดน้ำเหลืองที่เหลือและป้องกันเชื้อโรคได้ดีมาก
ทางเลือกที่ดีกว่าการบีบสิวเอง
การให้แพทย์ดูแลเรื่องสิวให้ เป็นวิธีที่ดี เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่หน้าจะพัง ติดเชื้อ หรือเป็นแผลเป็นถาวรได้
- ให้คลินิกกดสิวให้ ต่างจากบีบเองยังไง?
ที่คลินิกจะสะอาดและปลอดเชื้อมากๆ มีทั้งเข็มเปิดหัวสิวและไม้กดสิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาอย่างดี แถมยังรู้ทิศทางของรูขุมขน ทำให้ลงน้ำหนักมือได้พอดี เอาสิ่งสกปรกออกได้หมดโดยที่ถุงสิวข้างในไม่แตก ต่างจากการที่เราพยายามบีบเองที่มักจะเค้นไปมั่วๆ จนเนื้อเยื่อข้างในช้ำไปหมด
- โปรแกรมฉีดสิวอักเสบ สำหรับสิวเม็ดใหญ่หรือสิวซีสต์
ถ้าเป็นสิวเม็ดใหญ่ๆ แข็งๆ หรืออยู่ลึกมากอย่างสิวหัวช้างที่กดไม่ออก แพทย์จะใช้วิธีฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่สิวโดยตรง ยาจะช่วยให้สิวเม็ดใหญ่ยุบตัวไวขึ้น และลดโอกาสเกิดหลุมสิวได้เยอะ
- รักษาสิวที่ต้นเหตุ จะได้ไม่ต้องมานั่งบีบสิวอีก
การรักษาสิวแบบหวังผลระยะยาวคือทางออกที่ดี นอกจากการทายาหรือกินยาเพื่อคุมการอุดตันและลดแบคทีเรียแล้ว การทำ โปรแกรมดูแลผิว ที่คลินิก เช่น การผลัดเซลล์ผิว หรือการทำเลเซอร์ จะช่วยลดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และลดความมันบนหน้าได้ พอไม่มีอะไรไปอุดตัน สิวใหม่ก็ไม่เกิด คราวนี้เราก็ไม่ต้องมานั่งกดหรือบีบสิวให้เจ็บตัว

ดูแลสิวซ้ำซาก ด้วยโปรแกรม Acne Away คืนผิวใสอย่างเข้าใจปัญหา
ปัญหาสิวที่กวนใจ ไม่ยอมหายขาดสักที เป็นสิ่งที่ลดความมั่นใจของใครหลายคน การปล่อยให้สิวอักเสบเรื้อรังหรือเลือกใช้วิธีบีบสิวด้วยตัวเอง มักจบลงด้วยรอยช้ำและหลุมสิวที่รักษายากกว่าเดิม โปรแกรม Acne Away จึงถูกออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาผิว พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และคำแนะนำจากแพทย์ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสิวในระดับไหน โปรแกรมนี้ก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผิวหน้ากลับมาดูสดใสได้อีกครั้ง
รู้ทันทำไมสิวถึงบุกผิวหน้าของคุณ?
ก่อนที่จะรักษา เราต้องเข้าใจปัญหาก่อน ซึ่งหลักๆที่ทำให้เกิดสิว มีดังนี้:
- สารเคมีในผลิตภัณฑ์ : การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและอุดตันได้
- อาหารและพฤติกรรมการกิน : การทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง ส่งผลให้การผลิตน้ำมันในผิวเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การเกิดสิวได้ง่าย
- เซลล์ผิวที่ตายแล้ว : หากเซลล์ผิวผลัดตัวออกไม่หมด จะเกิดการสะสมและอุดตันอยู่ภายในรูขุมขน
- แบคทีเรีย : เชื้อแบคทีเรียที่เข้าไปสะสมในรูขุมขน จะทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สิวเกิดการอักเสบ
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : การแกว่งของฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นหรือก่อนมีประจำเดือน จะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้นและผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามาก
รู้จักสิว 6 ประเภท ที่ต้องรีบจัดการก่อนบานปลาย
โปรแกรม Acne Away ครอบคลุมการดูแลสิว เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม โดยสิวทั้ง 6 ประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่
- สิวผด : มีลักษณะเป็นผื่นหรือตุ่มเล็กๆ ที่ผิวหน้า เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกไม่เรียบเนียน
- สิวหัวดำ : เป็นสิวอุดตันแบบหัวเปิด จะเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ นูนขึ้นมาจากผิว
- สิวอุดตัน : สิวที่อักเสบอยู่ใต้ผิวหนัง มักมีอาการเจ็บ บวมแดง หรือกลายเป็นตุ่มหนอง
- สิวตุ่มนูนแดง : ตุ่มแดงเล็กๆ ที่ยังไม่มีหัวสิว เกิดจากภาวะการอักเสบของรูขุมขน
- สิวหัวหนอง : สิวที่มีหัวสีขาวหรือสีเหลืองชัดเจน มีอาการบวมแดงรอบๆ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อภายในรูขุมขน
- สิวอักเสบ : ตุ่มแดงขนาดใหญ่ที่ไม่มีหัวสิว เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ เป็นผลมาจากการสะสมของแบคทีเรียและความมัน

จัดการสิวให้อยู่หมัด คืนผิวเนียนใส ด้วย 8 ขั้นตอน
หากสิวคอยกวนใจไม่ยอมจากไปง่ายๆ อย่าปล่อยให้ปัญหานี้รบกวนความมั่นใจของคุณอีกต่อไป โปรแกรม Acne Away มาพร้อมขั้นตอนการดูแลอย่างพิถีพิถันถึง 8 ขั้นตอน ดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจประเมินผิวโดยแพทย์ เริ่มต้นด้วยการให้แพทย์ผู้ดูแลทำการประเมินสภาพผิวและระดับความรุนแรงของสิว เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผิวหน้าของคุณ
- ขั้นตอนที่ 2 : โปรแกรมฉีดสิวโดยแพทย์ แพทย์จะทำการประเมินและใช้โปรแกรมฉีดเพื่อจัดการสิวอักเสบหรือสิวเม็ดใหญ่ที่กวนใจ เพื่อให้สิวยุบตัวลง
- ขั้นตอนที่ 3 : กดสิวโดยผู้รักษาสิว จะทำการกดสิวเพื่อเคลียร์สิ่งสกปรกและสิ่งอุดตันใต้ผิวออกด้วยเทคนิคที่ถูก เพื่อลดความบอบช้ำที่อาจเกิดขึ้นกับผิวหน้า
- ขั้นตอนที่ 4 : ฉายแสง Acne clear light ใช้เทคโนโลยีการฉายแสงเพื่อมุ่งเน้นการลดเชื้อสิว ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบ
- ขั้นตอนที่ 5 : มาสก์ AHA ผลัดเซลล์ ลดรอยสิว ดูแลต่อเนื่องด้วยการมาสก์หน้าที่มีส่วนผสมของ AHA ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งช่วยลดเลือนรอยแดงและรอยดำจากสิว
- ขั้นตอนที่ 6 : มาสก์ ลดสิวอักเสบ บำรุงผิวด้วยมาสก์สูตรพิเศษ มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิวและลดอาการบวมแดงของสิวที่อักเสบ
- ขั้นตอนที่ 7 : Cryotherapy บำบัดเย็น ใช้ความเย็นเข้าช่วยบำบัด เพื่อปลอบประโลมผิวให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความร้อนหลังจากการทำทรีตเมนต์
- ขั้นตอนที่ 8 : รับยาทา และยากิน ฟรีทุกครั้ง เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเห็นผล แพทย์จะมีการจ่ายยาทาและยากินให้กลับไปดูแลต่อที่บ้านฟรีในทุกครั้ง (ทั้งนี้ การจ่ายยาจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา)
การดูแลอย่างเป็นระบบ และครอบคลุมสาเหตุของการเกิดสิวในโปรแกรมเดียว จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดความเสี่ยงจากการบีบสิวผิดวิธี และเตรียมพร้อมอวดผิวใหม่ที่เนียนใสกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบีบสิว (FAQ)
บีบสิวทุกวันได้ไหม?
ไม่ควรทำเด็ดขาดการบีบสิวทุกวันจะทำให้ผิวอ่อนแอและอักเสบเรื้อรัง หากคุณรู้สึกว่ามีสิวให้บีบทุกวัน แสดงว่าสกินแคร์ที่ใช้อยู่อาจยังไม่ตอบโจทย์ หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้สิวขึ้นซ้ำๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาที่ต้นเหตุ จะดีกว่ามานั่งทนเจ็บตัวบีบสิวทุกวัน
บีบสิวเสร็จแล้ว ทาอะไรให้แผลหายไวๆ?
หลังจากล้างแผลด้วยน้ำเกลือและซับจนแห้งแล้ว ถ้ายังมีน้ำเหลืองซึมออกมา ให้แปะ "แผ่นแปะสิว" ทับลงไปเลย เพื่อช่วยดูดของเหลวและป้องกันสิ่งสกปรก พอแผลเริ่มแห้งสนิทดีแล้ว ค่อยนำยาแต้มสิว (เช่น กลุ่มกรดซาลิไซลิก หรือ Benzoyl Peroxide) มาทาบางๆ บริเวณรอบๆ แผล (ย้ำว่าอย่าทาลงบนแผลสดนะ) เพื่อฆ่าเชื้อและป้องกันไม่ให้สิวขึ้นซ้ำที่เดิม
สิวหายแล้ว แต่ทิ้งรอยไว้ ทำยังไงดี?
รอยดำ และ รอยแดง ต้องใช้เวลาในการรักษา สิ่งที่สำคัญ ต้องทากันแดดทุกวัน เพราะแสงแดดจะยิ่งทำให้รอยสิวคล้ำขึ้นและหายช้าลง จากนั้นค่อยใช้เซรั่มลดรอยสิว ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือ Niacinamide มาทาเสริม ก็จะช่วยให้สีผิวกลับมาสม่ำเสมอได้ไวขึ้น
เป็นสิวแบบไหน ถึงควรไปหาหมอ?
ถ้าสิวเริ่มกวนใจจนเสียความมั่นใจ หรือมีอาการดังนี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์:
- มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่เกิดขึ้นซ้ำๆ ที่เดิม
- เริ่มเห็นรอยหลุมสิว หรือแผลเป็นนูนชัดเจน
- ซื้อยามาทาเอง 1-2 เดือนแล้ว แต่สิวก็ยังไม่ดีขึ้น การพบแพทย์จะช่วยให้คุณได้รับสูตรการรักษาที่เหมาะกับผิวจริงๆ และช่วยให้เลิกเป็นสิวซ้ำซากในระยะยาว
ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วย โปรแกรม Acne Away ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!
ช่องทางการติดต่อ :
- โทร : 098-467-6878
- LINE : Aeswell Clinic
- Facebook : รักษา สิว ฝ้า กระ หลุมสิว ใกล้ฉัน by Aeswell clinic
- Instagram : aeswellclinic.acne


