โปรแกรมอัลตร้าฟอร์เมอร์ ทรี
โปรแกรม Ultraformer III เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลความหย่อนคล้อยของผิวและปรับรูปหน้า โดยอาศัยหลักการส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงลงไปใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อเยื่อในระดับลึกเกิดการหดตัวและช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ กลับมามีความกระชับและเรียบเนียนขึ้น
โปรแกรมนี้ทำงานด้วยเทคโนโลยี MMFU ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบของโปรแกรม HIFU ทั่วไป โดยตัวเครื่องสามารถปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์แบบเจาะจงลงสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ พลังงานจะถูกส่งลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่รองรับกล้ามเนื้อใบหน้า และเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการทำโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้า การส่งพลังงานความร้อนลงไปในชั้นนี้จะทำให้โครงสร้างผิวเกิดการหดตัว และช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยจากภายในอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยหัวยิงพลังงานที่มีหลายระดับความลึก โปรแกรม Ultraformer III จึงสามารถปรับใช้เพื่อดูแลปัญหาผิวในหลากหลายบริเวณตามการประเมินของแพทย์
สำหรับบริเวณใบหน้า โปรแกรม Ultraformer III จะเน้นการจัดการกับความหย่อนคล้อยและริ้วรอยต่าง ๆ ดังนี้:
นอกจากการดูแลผิวหน้าแล้ว โปรแกรม Ultraformer III ยังมีหัวยิงเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับการดูแลผิวกาย โดยเน้นการส่งพลังงานลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยลดไขมันสะสมและดูแลความเรียบเนียนของผิว บริเวณที่นิยมนำโปรแกรมนี้ไปใช้ ได้แก่ ต้นแขน, ต้นขา, หน้าท้อง, เอว และสะโพก เพื่อช่วยลดลักษณะผิวเปลือกส้มและทำให้สัดส่วนดูเรียบเนียนกระชับขึ้น
โปรแกรม Ultraformer III เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปหน้าให้มีความคมชัด ลดปัญหาไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม มุมปากตก หรือคิ้วตกที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเข้ารูปมากขึ้น
แม้จะเป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียง แต่มีข้อจำกัดที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ ได้แก่:
ความรู้สึกระหว่างรับบริการโปรแกรม Ultraformer III จะอยู่ในระดับที่ทนได้ โดยทั่วไปจะมีความรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ ลึก ๆ ใต้ชั้นผิว บางรายอาจรู้สึกหน่วงคล้ายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลจากการที่พลังงานคลื่นเสียงลงลึกไปถึงชั้น SMAS ใต้ผิวหนัง
ระดับความรู้สึกระหว่างทำจะไม่เท่ากันตลอดทั้งใบหน้า แต่ละที่จะไม่เท่ากัน :
เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิว คลินิกส่วนใหญ่จะมีขั้นตอนการทำความสะอาดผิวและทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีก่อนเริ่มทำโปรแกรม Ultraformer III ยาชาจะช่วยลดความรู้สึกบริเวณผิวชั้นบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
หลังจากการทำโปรแกรม Ultraformer III ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่โครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์
ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Ultraformer III โดยเฉลี่ยจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ไปจนถึง 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล ได้แก่
จำนวนช็อตโดยประมาณตามบริเวณที่ทำ
การกำหนดจำนวนช็อตจะประเมินจากขนาดพื้นที่ที่ต้องการดูแลเป็นหลัก โดยมีค่าเฉลี่ยเบื้องต้นดังนี้
จำนวนช็อตที่ระบุเป็นเพียงค่าเฉลี่ย ในการดูแลจริงแพทย์จะเป็นผู้ประเมินผิวอย่างละเอียด โดยพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างรูปหน้าเดิม และความหนาของชั้นไขมัน เพื่อออกแบบการส่งพลังงานและกำหนดจำนวนช็อตให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคนอย่างพอดี
โปรแกรม Ultraformer III และ โปรแกรม Oligio X แม้จะเป็นโปรแกรมยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ใช้หลักการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
โปรแกรม Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) อาศัยคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสพลังงานไปยังจุดเฉพาะในแต่ละความลึกของชั้นผิว โดยสามารถส่งพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS ได้โดยตรง
ส่วนโปรแกรม Oligio X พัฒนาโดยบริษัท WONTECH ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ระบบ Dual Mode ที่เรียกว่า GXG ประกอบด้วยโหมด X สำหรับส่งพลังงานลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน และโหมด G สำหรับให้ความร้อนแบบกระจายในชั้นผิวตื้น การทำงานของโปรแกรม Oligio X จึงเน้นการกระจายความร้อนอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการโฟกัสพลังงานเป็นจุดแบบโปรแกรม Ultraformer III
พูดง่าย ๆ คือ โปรแกรม Ultraformer III เน้นดูแลโครงสร้างผิวระดับลึกแบบโฟกัสจุด ส่วนโปรแกรม Oligio X เน้นกระชับผิวแบบกระจายความร้อนทั่วบริเวณ
ระหว่างทำโปรแกรม Ultraformer III ผู้รับบริการมักรู้สึกจี๊ดหรือหน่วงลึกใต้ผิวเป็นจังหวะตามจุดที่ปล่อยพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณที่ชั้นไขมันบาง เช่น แนวกรามหรือใต้ตา
ส่วนโปรแกรม Oligio X มักมาพร้อมระบบทำความเย็นที่ทำงานร่วมกับหัวปล่อยพลังงาน ความรู้สึกระหว่างทำจึงเป็นความอุ่นมากกว่าอาการจี๊ด ผู้รับบริการหลายรายจึงรู้สึกสบายผิว
ทั้งสองโปรแกรมไม่ใช่การผ่าตัดและมีระยะฟื้นตัวที่สั้น หลังทำอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย ซึ่งมักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกและระยะฟื้นตัวจริงยังขึ้นอยู่กับความไวของผิวแต่ละบุคคลและดุลยพินิจของแพทย์
โปรแกรม Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับโครงสร้างผิว (ชั้น SMAS) ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการเก็บกรอบหน้าให้ชัดเจน หรือยกกระชับเหนียงและแก้มที่เริ่มหย่อน
โปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระชับผิวระดับตื้นถึงกลาง เน้นความเรียบเนียนของผิว หรือผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มากแต่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้แน่นขึ้นแบบนุ่มนวล รวมถึงผู้ที่ต้องการหัตถการที่รู้สึกสบายและเจ็บน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดควรผ่านการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล เนื่องจากสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน
โปรแกรม Ultraformer III
โปรแกรม Oligio X
เทคโนโลยีหลัก
MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound)
Monopolar RF ระบบ Dual Mode (GXG)
การทำงานของพลังงาน
โฟกัสพลังงานเป็นจุดเฉพาะเจาะจง ลงลึกถึงชั้น SMAS
กระจายความร้อนอย่างต่อเนื่อง ลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน
เป้าหมายการดูแล
เน้นดูแลโครงสร้างผิวระดับลึกแบบเฉพาะจุด
เน้นกระชับผิวและฟื้นฟูสภาพผิวแบบกระจายความร้อนทั่วบริเวณ
ความรู้สึกระหว่างทำ
รู้สึกจี๊ดหรือหน่วงลึกใต้ผิวเป็นจังหวะ (โดยเฉพาะบริเวณที่ชั้นไขมันบาง)
รู้สึกอุ่นสบายผิวมากกว่า เนื่องจากมีระบบทำความเย็นร่วมกับหัวปล่อยพลังงาน
ระยะฟื้นตัว
สั้นมาก อาจมีรอยแดงหรือตึงผิวเล็กน้อย หายได้เองใน 1-2 วัน
สั้นมาก อาจมีรอยแดงเล็กน้อย หายได้เองใน 1-2 วัน
ปัญหาผิวที่เหมาะสม
ความหย่อนคล้อยระดับโครงสร้าง (ชั้น SMAS) เก็บกรอบหน้า ลดเหนียง แก้มหย่อน
ต้องการกระชับผิวระดับตื้นถึงกลาง เน้นความแน่น เรียบเนียน และเจ็บน้อยกว่า
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
6 เดือน - 12 เดือน
6 เดือน - 12 เดือน
โปรแกรม Ultraformer III และ โปรแกรม Ultracel Q+ ต่างก็เป็นโปรแกรม HIFU ที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงลงถึงชั้น SMAS ได้เช่นเดียวกัน แต่ผลิตจากคนละบริษัทและมีจุดต่างที่รูปแบบของหัวยิงพลังงาน
โปรแกรม Ultraformer III ผลิตโดยบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยี MMFU ปล่อยพลังงานแบบจุดโฟกัส (Dot Type) ทีละจุดเรียงตามแนวเส้นที่กำหนด
ส่วนโปรแกรม Ultracel Q+ ผลิตโดยบริษัท Jeisys Medical ประเทศเกาหลีใต้ นอกจากหัวยิงแบบจุด (Dot Type) ที่ทำงานคล้ายกับโปรแกรม Ultraformer III แล้ว ยังมีหัวยิงแบบเส้นต่อเนื่อง (Linear Firm) ซึ่งใช้เทคโนโลยี LiFU (Linear Focus Ultrasound) ปล่อยพลังงานต่อเนื่องเป็นเส้นโดยลดช่องว่างระหว่างจุดยิงลง ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้สม่ำเสมอในเวลาที่สั้นลง
พูดง่าย ๆ คือ ทั้งสองโปรแกรมมีหลักการพื้นฐานใกล้เคียงกัน แต่โปรแกรม Ultracel Q+ มีตัวเลือกหัวยิงแบบเส้นเพิ่มเติมจากแบบจุดดั้งเดิม ช่วยร่นระยะเวลาในการรักษาพื้นที่กว้างได้ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพจริงยังขึ้นอยู่กับการเลือกหัวยิงและระดับพลังงานที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ระหว่างทำโปรแกรม Ultraformer III ความรู้สึกจะเป็นจังหวะจี๊ดทีละจุดตามที่หัวยิงเคลื่อนไปตามแนวเส้น ซึ่งเป็นลักษณะใกล้เคียงกับหัวยิงแบบจุดของโปรแกรม Ultracel Q+
ในกรณีที่โปรแกรม Ultracel Q+ เลือกใช้หัวยิงแบบเส้นต่อเนื่อง ช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับการยิงแบบจุด และครอบคลุมพื้นที่ต่อครั้งได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บและระยะเวลาที่ใช้จริงยังขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ระดับพลังงาน และความไวของผิวแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ
โดย Ultraformer III ใช้ระยะเวลายิงประมาณ 20–30 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์และบริเวณที่ทำ ส่วน Ultracel Q+ ที่ใช้หัวยิงแบบเส้น สามารถปล่อยพลังงานได้เร็วกว่า โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 15–20 นาทีสำหรับการยิงทั่วใบหน้าและลำคอ
โปรแกรม Ultraformer III
โปรแกรม Ultracel Q+
เทคโนโลยีหลัก
MMFU ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงถึงชั้น SMAS
HIFU และ LiFU (Linear Focus Ultrasound) ปล่อยพลังงานถึงชั้น SMAS
รูปแบบหัวยิงพลังงาน
ปล่อยพลังงานแบบจุดโฟกัส (Dot Type) ทีละจุดเรียงตามแนวเส้น
มีทั้งหัวยิงแบบจุด (Dot Type) และหัวยิงแบบเส้นต่อเนื่อง (Linear Firm)
ประสิทธิภาพการครอบคลุม
เน้นความแม่นยำทีละจุดตามแนวเส้นที่กำหนด
หัวยิงแบบเส้นช่วยลดช่องว่างระหว่างจุดยิง ครอบคลุมพื้นที่ได้สม่ำเสมอ
ระยะเวลาในการทำ
ใช้เวลาตามมาตรฐานการยิงเรียงจุด ประมาณ 20 - 30 นาที
หัวยิงแบบเส้นช่วยร่นระยะเวลาในการดูแลพื้นที่กว้างได้เร็วขึ้น ประมาณ 15 - 20 นาที
ความรู้สึกระหว่างทำ
รู้สึกจังหวะจี๊ดทีละจุดตามที่หัวยิงเคลื่อนไป
หัวยิงแบบเส้นต่อเนื่องช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยไม่ต้องแปะยาชา
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
6 เดือน - 12 เดือน
6 เดือน - 12 เดือน
การตรวจสอบใบรับรองและตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
โปรแกรม Ultraformer III ของแท้ผลิตโดยClassys และจัดจำหน่ายในไทยโดยบริษัท ParagonCare ก่อนตัดสินใจทำ ผู้เข้ารับบริการสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องได้จากจุดสังเกตต่อไปนี้
คำถามที่ควรสอบถามคลินิกก่อนทำ
สิ่งที่ควรทำและควรหลีกเลี่ยงก่อนทำ
ก่อนเข้ารับโปรแกรม Ultraformer III การเตรียมผิวให้พร้อมจะช่วยให้ขั้นตอนการทำเป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
สิ่งที่ควรทำ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
หลังทำโปรแกรม Ultraformer III ผิวจะอยู่ในช่วงกระบวนการฟื้นฟูจากภายใน การดูแลผิวอย่างเหมาะสมในช่วงนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
โปรแกรม Ultraformer III สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ แต่แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างหัตถการ โดยเฉพาะหัตถการที่เป็นการฉีด เช่น โปรแกรมฉีดโบท็อกหรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ไม่ว่าจะทำโปรแกรม Ultraformer III ก่อนหรือหลังหัตถการฉีดก็ตาม เนื่องจากพลังงานคลื่นเสียงอาจส่งผลต่อการเข้าที่หรือประสิทธิภาพของสารที่ฉีดเข้าไปในบางตำแหน่ง
เช่นเดียวกัน หากเคยทำเลเซอร์หรือร้อยไหมมาก่อน ก็ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนทำโปรแกรม Ultraformer III ทั้งนี้ ลำดับและระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดควรได้รับการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล เนื่องจากแต่ละคนมีประวัติการทำหัตถการและสภาพผิวที่แตกต่างกัน
โปรแกรม Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการเก็บกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ลดเหนียง ร่องแก้ม หรือคิ้วตกที่เพิ่งเริ่มสังเกตเห็น และต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เข็มฉีด
หากเทียบกับโปรแกรมยกกระชับแบบ RF อย่างโปรแกรม Oligio X โปรแกรม Ultraformer III จะตอบโจทย์คนที่ต้องการยกกระชับโครงสร้างผิวระดับลึกถึงชั้น SMAS มากกว่า ส่วนโปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บและต้องการกระชับผิวระดับตื้นถึงกลางแบบนุ่มนวล ในขณะที่เมื่อเทียบกับโปรแกรม Ultracel Q+ ทั้งสองใช้เทคโนโลยี HIFU พื้นฐานใกล้เคียงกัน ต่างที่รูปแบบหัวยิงและระยะเวลาที่ใช้ในการทำ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกโปรแกรมใด ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการได้รับการประเมินจากแพทย์ตรวจสอบสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และประวัติสุขภาพของแต่ละคนอย่างละเอียด เพื่อออกแบบจำนวนช็อต ระดับพลังงาน และบริเวณที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลินิกที่เลือกใช้เครื่องแท้และมีมาตรการดูแลความปลอดภัยที่รัดกุม
สำหรับผู้ที่ยังลังเลใจ การนัดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะจะช่วยให้ทราบว่าปัญหาผิวของตนเองเหมาะกับโปรแกรมใด และควรคาดหวังผลลัพธ์ในระดับไหนอย่างตรงไปตรงมา