Program Ultraformer III

โปรแกรมอัลตร้าฟอร์เมอร์ ทรี


ใครบ้างที่เหมาะกับ

โปรแกรม Ultraformer III

และใครควรหลีกเลี่ยง?

โปรแกรม

Ultraformer III คืออะไร..? ทำงานอย่างไร

โปรแกรม Ultraformer III คืออะไร ทำงานอย่างไร

โปรแกรม Ultraformer III เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลความหย่อนคล้อยของผิวและปรับรูปหน้า โดยอาศัยหลักการส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงลงไปใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อเยื่อในระดับลึกเกิดการหดตัวและช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ กลับมามีความกระชับและเรียบเนียนขึ้น

เทคโนโลยี MMFU (Micro and Macro Focused Ultrasound) ของโปรแกรม Ultraformer III

โปรแกรมนี้ทำงานด้วยเทคโนโลยี MMFU ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบของโปรแกรม HIFU ทั่วไป โดยตัวเครื่องสามารถปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์แบบเจาะจงลงสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ พลังงานจะถูกส่งลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่รองรับกล้ามเนื้อใบหน้า และเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการทำโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้า การส่งพลังงานความร้อนลงไปในชั้นนี้จะทำให้โครงสร้างผิวเกิดการหดตัว และช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยจากภายในอย่างมีประสิทธิภาพ

โปรแกรม

Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ด้วยหัวยิงพลังงานที่มีหลายระดับความลึก โปรแกรม Ultraformer III จึงสามารถปรับใช้เพื่อดูแลปัญหาผิวในหลากหลายบริเวณตามการประเมินของแพทย์

ปัญหาผิวหน้าและกรอบหน้าที่โปรแกรมนี้ดูแลได้ (เหนียง ร่องแก้ม มุมปาก คิ้วตก ริ้วรอย)

สำหรับบริเวณใบหน้า โปรแกรม Ultraformer III จะเน้นการจัดการกับความหย่อนคล้อยและริ้วรอยต่าง ๆ ดังนี้:


  • กรอบหน้าและเหนียง : ช่วยดูแลความหย่อนคล้อยบริเวณกระเปาะแก้มและใต้คาง ทำให้เส้นขอบคอและกรอบหน้าดูชัดเจน


  • ร่องแก้มและมุมปาก : ส่งเสริมให้ผิวบริเวณที่มีร่องลึกดูตื้นขึ้นและเรียบเนียน


  • รอบดวงตา : ช่วยดูแลปัญหาคิ้วตก หางตาตก หรือหนังตาหย่อนคล้อย ทำให้รอบดวงตาดูเปิดกว้างขึ้น


  • ริ้วรอยทั่วไป : ช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้ดูละเอียดและตึงกระชับยิ่งขึ้น

การใช้โปรแกรม Ultraformer III กับบริเวณลำตัว

นอกจากการดูแลผิวหน้าแล้ว โปรแกรม Ultraformer III ยังมีหัวยิงเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับการดูแลผิวกาย โดยเน้นการส่งพลังงานลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยลดไขมันสะสมและดูแลความเรียบเนียนของผิว บริเวณที่นิยมนำโปรแกรมนี้ไปใช้ ได้แก่ ต้นแขน, ต้นขา, หน้าท้อง, เอว และสะโพก เพื่อช่วยลดลักษณะผิวเปลือกส้มและทำให้สัดส่วนดูเรียบเนียนกระชับขึ้น

ใครเหมาะ และ ใครควรหลีกเลี่ยง

โปรแกรม Ultraformer III

กลุ่มคนที่เหมาะกับโปรแกรมนี้

โปรแกรม Ultraformer III เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปหน้าให้มีความคมชัด ลดปัญหาไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม มุมปากตก หรือคิ้วตกที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเข้ารูปมากขึ้น

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

แม้จะเป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียง แต่มีข้อจำกัดที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ ได้แก่:


  • สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร


  • ผู้ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ต้องสัมผัสคลื่นพลังงาน


  • ผู้ที่มีแผลเปิด หรือมีภาวะผิวหนังอักเสบรุนแรง แผลติดเชื้อ ในบริเวณที่ทำการดูแล



  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีสภาวะโรคเลือดออกง่าย

โปรแกรม Ultraformer III

เจ็บไหม ระหว่างทำ

ความรู้สึกระหว่างรับบริการโปรแกรม Ultraformer III จะอยู่ในระดับที่ทนได้ โดยทั่วไปจะมีความรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ ลึก ๆ ใต้ชั้นผิว บางรายอาจรู้สึกหน่วงคล้ายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลจากการที่พลังงานคลื่นเสียงลงลึกไปถึงชั้น SMAS ใต้ผิวหนัง

ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความเจ็บ

ระดับความรู้สึกระหว่างทำจะไม่เท่ากันตลอดทั้งใบหน้า แต่ละที่จะไม่เท่ากัน :


  • บริเวณที่ทำ : จุดที่มีชั้นผิวบาง ไขมันน้อย หรืออยู่ใกล้แนวกระดูก เช่น แนวกราม กรอบหน้า โหนกแก้ม และบริเวณใต้ตา จะมีความรู้สึกจี๊ดหรือหน่วงมากกว่าบริเวณที่มีชั้นไขมันหนาอย่างช่วงพวงแก้ม


  • ระดับพลังงานที่ใช้ : การปรับระดับพลังงานให้สอดคล้องกับความลึกของชั้นผิวมีผลต่อความรู้สึก หากแพทย์พิจารณาใช้ระดับพลังงานที่สูงเพื่อดูแลชั้นผิวระดับลึก อาจทำให้รู้สึกหน่วงมากขึ้นได้


  • ความไวส่วนบุคคล : ระดับความอดทนต่อความรู้สึกและสภาพความไวของผิวในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน

การใช้ยาชาก่อนทำโปรแกรม Ultraformer III

เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิว คลินิกส่วนใหญ่จะมีขั้นตอนการทำความสะอาดผิวและทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีก่อนเริ่มทำโปรแกรม Ultraformer III ยาชาจะช่วยลดความรู้สึกบริเวณผิวชั้นบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

โปรแกรม

Ultraformer III กี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน

โปรแกรม Ultraformer III กี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลและเห็นผลเต็มที่

หลังจากการทำโปรแกรม Ultraformer III ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่โครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นานเช่น อายุ สภาพผิว การดูแลหลังทำ

ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Ultraformer III โดยเฉลี่ยจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ไปจนถึง 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล ได้แก่


  • อายุและสภาพผิวเดิม : ผู้ที่มีอายุน้อยหรือสภาพผิวเดิมยังแข็งแรง จะสามารถสร้างและรักษาคอลลาเจนได้ดี ทำให้คงผลลัพธ์ไว้ได้นานกว่าผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก


  • การดูแลหลังทำ : การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น การทาครีมกันแดด การเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยยืดอายุของคอลลาเจนที่สร้างใหม่ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น

โปรแกรม Ultraformer III

ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อตโดยประมาณตามบริเวณที่ทำ

การกำหนดจำนวนช็อตจะประเมินจากขนาดพื้นที่ที่ต้องการดูแลเป็นหลัก โดยมีค่าเฉลี่ยเบื้องต้นดังนี้


  • รอบดวงตาและคิ้ว: ประมาณ 100-200 ช็อต


  • บริเวณใต้คาง (เหนียง) และลำคอ: ประมาณ 200-300 ช็อต


  • บริเวณแก้มหรือร่องแก้ม: ประมาณ 200-300 ช็อต


  • ดูแลทั่วใบหน้าและเก็บกรอบหน้า: ประมาณ 400-600 ช็อต หรืออาจถึง 1,000 ช็อตสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก



  • บริเวณลำตัว (เช่น หน้าท้อง ต้นแขน): ประมาณ 500-1,500 ช็อตต่อบริเวณ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และความหนาของชั้นไขมัน

ปัจจัยที่แพทย์ใช้ประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมต่อคน

จำนวนช็อตที่ระบุเป็นเพียงค่าเฉลี่ย ในการดูแลจริงแพทย์จะเป็นผู้ประเมินผิวอย่างละเอียด โดยพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างรูปหน้าเดิม และความหนาของชั้นไขมัน เพื่อออกแบบการส่งพลังงานและกำหนดจำนวนช็อตให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคนอย่างพอดี

เปรียบเทียบ

โปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Oligio X ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบโปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Oligio X

เทคโนโลยีที่ใช้ (HIFU เทียบกับคลื่นวิทยุ RF)

โปรแกรม Ultraformer III และ โปรแกรม Oligio X แม้จะเป็นโปรแกรมยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ใช้หลักการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง


โปรแกรม Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) อาศัยคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสพลังงานไปยังจุดเฉพาะในแต่ละความลึกของชั้นผิว โดยสามารถส่งพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS ได้โดยตรง


ส่วนโปรแกรม Oligio X พัฒนาโดยบริษัท WONTECH ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ระบบ Dual Mode ที่เรียกว่า GXG ประกอบด้วยโหมด X สำหรับส่งพลังงานลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน และโหมด G สำหรับให้ความร้อนแบบกระจายในชั้นผิวตื้น การทำงานของโปรแกรม Oligio X จึงเน้นการกระจายความร้อนอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการโฟกัสพลังงานเป็นจุดแบบโปรแกรม Ultraformer III



พูดง่าย ๆ คือ โปรแกรม Ultraformer III เน้นดูแลโครงสร้างผิวระดับลึกแบบโฟกัสจุด ส่วนโปรแกรม Oligio X เน้นกระชับผิวแบบกระจายความร้อนทั่วบริเวณ

ความรู้สึกระหว่างทำและระยะฟื้นตัวของผิวหลังทำ

ระหว่างทำโปรแกรม Ultraformer III ผู้รับบริการมักรู้สึกจี๊ดหรือหน่วงลึกใต้ผิวเป็นจังหวะตามจุดที่ปล่อยพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณที่ชั้นไขมันบาง เช่น แนวกรามหรือใต้ตา


ส่วนโปรแกรม Oligio X มักมาพร้อมระบบทำความเย็นที่ทำงานร่วมกับหัวปล่อยพลังงาน ความรู้สึกระหว่างทำจึงเป็นความอุ่นมากกว่าอาการจี๊ด ผู้รับบริการหลายรายจึงรู้สึกสบายผิว



ทั้งสองโปรแกรมไม่ใช่การผ่าตัดและมีระยะฟื้นตัวที่สั้น หลังทำอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย ซึ่งมักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกและระยะฟื้นตัวจริงยังขึ้นอยู่กับความไวของผิวแต่ละบุคคลและดุลยพินิจของแพทย์

เหมาะกับปัญหาผิวแบบใดมากกว่ากัน

โปรแกรม Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับโครงสร้างผิว (ชั้น SMAS) ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการเก็บกรอบหน้าให้ชัดเจน หรือยกกระชับเหนียงและแก้มที่เริ่มหย่อน


โปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระชับผิวระดับตื้นถึงกลาง เน้นความเรียบเนียนของผิว หรือผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มากแต่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้แน่นขึ้นแบบนุ่มนวล รวมถึงผู้ที่ต้องการหัตถการที่รู้สึกสบายและเจ็บน้อยกว่า



อย่างไรก็ตาม การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดควรผ่านการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล เนื่องจากสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน

เปรียบเทียบโปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Oligio X


โปรแกรม Ultraformer III

โปรแกรม Oligio X

เทคโนโลยีหลัก

MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound)

Monopolar RF ระบบ Dual Mode (GXG)

การทำงานของพลังงาน

โฟกัสพลังงานเป็นจุดเฉพาะเจาะจง ลงลึกถึงชั้น SMAS

กระจายความร้อนอย่างต่อเนื่อง ลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน

เป้าหมายการดูแล

เน้นดูแลโครงสร้างผิวระดับลึกแบบเฉพาะจุด

เน้นกระชับผิวและฟื้นฟูสภาพผิวแบบกระจายความร้อนทั่วบริเวณ

ความรู้สึกระหว่างทำ

รู้สึกจี๊ดหรือหน่วงลึกใต้ผิวเป็นจังหวะ (โดยเฉพาะบริเวณที่ชั้นไขมันบาง)

รู้สึกอุ่นสบายผิวมากกว่า เนื่องจากมีระบบทำความเย็นร่วมกับหัวปล่อยพลังงาน

ระยะฟื้นตัว

สั้นมาก อาจมีรอยแดงหรือตึงผิวเล็กน้อย หายได้เองใน 1-2 วัน

สั้นมาก อาจมีรอยแดงเล็กน้อย หายได้เองใน 1-2 วัน

ปัญหาผิวที่เหมาะสม

ความหย่อนคล้อยระดับโครงสร้าง (ชั้น SMAS) เก็บกรอบหน้า ลดเหนียง แก้มหย่อน

ต้องการกระชับผิวระดับตื้นถึงกลาง เน้นความแน่น เรียบเนียน และเจ็บน้อยกว่า

ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

6 เดือน - 12 เดือน

6 เดือน - 12 เดือน

เปรียบเทียบ

โปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Ultracel Q+ ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบโปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Ultracel Q plus ต่างกันอย่างไร

จุดเด่นด้านเทคโนโลยีของแต่ละโปรแกรม

โปรแกรม Ultraformer III และ โปรแกรม Ultracel Q+ ต่างก็เป็นโปรแกรม HIFU ที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงลงถึงชั้น SMAS ได้เช่นเดียวกัน แต่ผลิตจากคนละบริษัทและมีจุดต่างที่รูปแบบของหัวยิงพลังงาน


โปรแกรม Ultraformer III ผลิตโดยบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยี MMFU ปล่อยพลังงานแบบจุดโฟกัส (Dot Type) ทีละจุดเรียงตามแนวเส้นที่กำหนด


ส่วนโปรแกรม Ultracel Q+ ผลิตโดยบริษัท Jeisys Medical ประเทศเกาหลีใต้ นอกจากหัวยิงแบบจุด (Dot Type) ที่ทำงานคล้ายกับโปรแกรม Ultraformer III แล้ว ยังมีหัวยิงแบบเส้นต่อเนื่อง (Linear Firm) ซึ่งใช้เทคโนโลยี LiFU (Linear Focus Ultrasound) ปล่อยพลังงานต่อเนื่องเป็นเส้นโดยลดช่องว่างระหว่างจุดยิงลง ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้สม่ำเสมอในเวลาที่สั้นลง



พูดง่าย ๆ คือ ทั้งสองโปรแกรมมีหลักการพื้นฐานใกล้เคียงกัน แต่โปรแกรม Ultracel Q+ มีตัวเลือกหัวยิงแบบเส้นเพิ่มเติมจากแบบจุดดั้งเดิม ช่วยร่นระยะเวลาในการรักษาพื้นที่กว้างได้ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพจริงยังขึ้นอยู่กับการเลือกหัวยิงและระดับพลังงานที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ความเจ็บและระยะเวลาที่ใช้ในการทำ

ระหว่างทำโปรแกรม Ultraformer III ความรู้สึกจะเป็นจังหวะจี๊ดทีละจุดตามที่หัวยิงเคลื่อนไปตามแนวเส้น ซึ่งเป็นลักษณะใกล้เคียงกับหัวยิงแบบจุดของโปรแกรม Ultracel Q+


ในกรณีที่โปรแกรม Ultracel Q+ เลือกใช้หัวยิงแบบเส้นต่อเนื่อง ช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับการยิงแบบจุด และครอบคลุมพื้นที่ต่อครั้งได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บและระยะเวลาที่ใช้จริงยังขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ระดับพลังงาน และความไวของผิวแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ



โดย Ultraformer III ใช้ระยะเวลายิงประมาณ 20–30 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์และบริเวณที่ทำ ส่วน Ultracel Q+ ที่ใช้หัวยิงแบบเส้น สามารถปล่อยพลังงานได้เร็วกว่า โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 15–20 นาทีสำหรับการยิงทั่วใบหน้าและลำคอ

เปรียบเทียบโปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Ultracel Q+


โปรแกรม Ultraformer III

โปรแกรม Ultracel Q+

เทคโนโลยีหลัก

MMFU ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงถึงชั้น SMAS

HIFU และ LiFU (Linear Focus Ultrasound) ปล่อยพลังงานถึงชั้น SMAS

รูปแบบหัวยิงพลังงาน

ปล่อยพลังงานแบบจุดโฟกัส (Dot Type) ทีละจุดเรียงตามแนวเส้น

มีทั้งหัวยิงแบบจุด (Dot Type) และหัวยิงแบบเส้นต่อเนื่อง (Linear Firm)

ประสิทธิภาพการครอบคลุม

เน้นความแม่นยำทีละจุดตามแนวเส้นที่กำหนด

หัวยิงแบบเส้นช่วยลดช่องว่างระหว่างจุดยิง ครอบคลุมพื้นที่ได้สม่ำเสมอ

ระยะเวลาในการทำ

ใช้เวลาตามมาตรฐานการยิงเรียงจุด ประมาณ 20 - 30 นาที

หัวยิงแบบเส้นช่วยร่นระยะเวลาในการดูแลพื้นที่กว้างได้เร็วขึ้น ประมาณ 15 - 20 นาที

ความรู้สึกระหว่างทำ

รู้สึกจังหวะจี๊ดทีละจุดตามที่หัวยิงเคลื่อนไป

หัวยิงแบบเส้นต่อเนื่องช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยไม่ต้องแปะยาชา

ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

6 เดือน - 12 เดือน

6 เดือน - 12 เดือน

วิธีสังเกต

โปรแกรม Ultraformer III ของแท้ก่อนตัดสินใจทำ!

วิธีสังเกตโปรแกรม Ultraformer III ของแท้ก่อนตัดสินใจทำ

การตรวจสอบใบรับรองและตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย


โปรแกรม Ultraformer III ของแท้ผลิตโดยClassys และจัดจำหน่ายในไทยโดยบริษัท ParagonCare ก่อนตัดสินใจทำ ผู้เข้ารับบริการสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องได้จากจุดสังเกตต่อไปนี้


  • โลโก้บนตัวเครื่อง : ตัวเครื่องและหัวยิงต้องมีโลโก้ "CLASSYS" และชื่อ "Ultraformer III" ปรากฏชัดเจน และเมื่อเปิดเครื่อง หน้าจอต้องแสดงคำว่า "Ultraformer III"


  • สติกเกอร์ผู้นำเข้า : เครื่องแท้ในประเทศไทยจะมีสติกเกอร์โฮโลแกรมจากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ พร้อมหมายเลขกำกับที่ตรวจสอบได้


  • Serial Number : เครื่องแท้จะมีหมายเลข Serial Number ทั้งที่ตัวเครื่องและหัวคาร์ทริดจ์ ซึ่งควรเป็นหัวใหม่ที่แกะซองต่อหน้าในการทำแต่ละครั้ง


  • รายชื่อคลินิกที่ได้รับการรับรอง : สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่องแท้ได้จากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต (aesthetic.paragoncareth.com) หรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายโดยตรง


คำถามที่ควรสอบถามคลินิกก่อนทำ


  • คลินิกใช้เครื่อง Ultraformer III แท้ หรือไม่ และมีเอกสารนำเข้าหรือใบรับประกันจากตัวแทน ParagonCare ให้ตรวจสอบได้หรือไม่


  • แพทย์ผู้ทำหัตถการผ่านการอบรมการใช้เครื่องนี้โดยเฉพาะหรือไม่


  • หัวคาร์ทริดจ์ที่ใช้เป็นของใหม่และแกะซองต่อหน้าผู้เข้ารับบริการหรือไม่


  • จำนวนช็อตและระดับพลังงานที่ใช้เหมาะกับปัญหาผิวของตนเองหรือไม่ และมีการติดตามผลหลังทำหรือไม่

การเตรียมตัวก่อนทำ

และการดูแลผิวหลังทำโปรแกรม Ultraformer III

สิ่งที่ควรทำและควรหลีกเลี่ยงก่อนทำ

ก่อนเข้ารับโปรแกรม Ultraformer III การเตรียมผิวให้พร้อมจะช่วยให้ขั้นตอนการทำเป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์


สิ่งที่ควรทำ

  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้ปราศจากเครื่องสำอางก่อนถึงคลินิก หรือแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเช็ดทำความสะอาดก่อนเริ่มโปรแกรม


  • พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนทำ เพื่อให้ผิวและร่างกายพร้อมสำหรับกระบวนการฟื้นฟู


  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือหัตถการอื่นที่เคยทำมาก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมได้ถูกต้อง


สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ประมาณ 3-7 วันก่อนทำ เพื่อลดโอกาสผิวระคายเคือง


  • หากเคยทำเลเซอร์ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบท็อก หรือร้อยไหมมาก่อน ควรเว้นระยะห่างจากโปรแกรม Ultraformer III อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากพลังงานคลื่นเสียงอาจส่งผลต่อการเข้าที่ของสารเติมเต็มหรือตัวยาในบางตำแหน่ง


  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนาหรือใช้สกินแคร์ที่มีฤทธิ์แรงในวันที่เข้ารับบริการ

การดูแลผิวหลังทำ หลีกเลี่ยงแดดและความร้อน

หลังทำโปรแกรม Ultraformer III ผิวจะอยู่ในช่วงกระบวนการฟื้นฟูจากภายใน การดูแลผิวอย่างเหมาะสมในช่วงนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง


  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ซาวน่า อบไอน้ำ และการแช่น้ำร้อนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจทำให้ผิวบวมแดงมากขึ้นและรบกวนกระบวนการฟื้นฟูใต้ชั้นผิว


  • หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน


  • งดใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA, BHA, เรตินอล หรือวิตามินซีความเข้มข้นสูงในช่วง 3-5 วันแรก เนื่องจากผิวอาจไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ ควรเน้นผลิตภัณฑ์บำรุงสูตรอ่อนโยนที่ให้ความชุ่มชื้นแทน


  • เว้นระยะการทำหัตถการฉีดหรือหัตถการผิวหน้าอื่นอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังทำ ตามคำแนะนำของแพทย์

คำถามที่พบบ่อย FAQ

ทำโปรแกรม Ultraformer III ร่วมกับโปรแกรมอื่นได้หรือไม่

โปรแกรม Ultraformer III สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ แต่แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างหัตถการ โดยเฉพาะหัตถการที่เป็นการฉีด เช่น โปรแกรมฉีดโบท็อกหรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ไม่ว่าจะทำโปรแกรม Ultraformer III ก่อนหรือหลังหัตถการฉีดก็ตาม เนื่องจากพลังงานคลื่นเสียงอาจส่งผลต่อการเข้าที่หรือประสิทธิภาพของสารที่ฉีดเข้าไปในบางตำแหน่ง


เช่นเดียวกัน หากเคยทำเลเซอร์หรือร้อยไหมมาก่อน ก็ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนทำโปรแกรม Ultraformer III ทั้งนี้ ลำดับและระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดควรได้รับการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล เนื่องจากแต่ละคนมีประวัติการทำหัตถการและสภาพผิวที่แตกต่างกัน

หลังทำโปรแกรม Ultraformer III มีอาการบวมหรือไม่ นานแค่ไหน
หลังทำโปรแกรม Ultraformer III ผู้รับบริการบางรายอาจมีอาการบวมแดงหรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย ซึ่งเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อพลังงานความร้อนที่ส่งลงไปใต้ผิว ไม่ใช่สัญญาณผิดปกติ

โดยทั่วไปอาการบวมมักดีขึ้นภายใน 3-7 วันแรก และผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่มีร่องรอยให้สังเกตเห็นจากภายนอกภายในสัปดาห์แรก แต่บางรายที่ผิวไวหรือใช้ระดับพลังงานสูง อาจรู้สึกตึงเล็กน้อยได้นานถึง 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ระดับพลังงาน และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ultracel Q+ กับโปรแกรม Oligio X ต่างกันอย่างไร
โปรแกรม Ultracel Q+ และโปรแกรม Oligio X เป็นเทคโนโลยีที่ดูแลความหย่อนคล้อยในระดับชั้นผิวที่แตกต่างกัน:

  • โปรแกรม Ultracel Q+ : เป็นเทคโนโลยี HIFU ที่มุ่งเน้นการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อพังผืด (SMAS) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับโครงสร้างหน้า เช่น บริเวณแก้มตก เหนียงหย่อน และผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความคมชัด
  • โปรแกรม Oligio X : เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ที่ส่งความร้อนกระจายตัวในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันตื้น มีจุดเด่นด้านการฟื้นฟูผิวให้มีความแน่นตึง ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่ ลดขนาดรูขุมขน และมักจะให้ความรู้สึกสบายผิวขณะทำมากกว่า

โปรแกรม Ultraformer III

เหมาะกับใคร ตัดสินใจอย่างไรดี?

โปรแกรม Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการเก็บกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ลดเหนียง ร่องแก้ม หรือคิ้วตกที่เพิ่งเริ่มสังเกตเห็น และต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เข็มฉีด


หากเทียบกับโปรแกรมยกกระชับแบบ RF อย่างโปรแกรม Oligio X โปรแกรม Ultraformer III จะตอบโจทย์คนที่ต้องการยกกระชับโครงสร้างผิวระดับลึกถึงชั้น SMAS มากกว่า ส่วนโปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บและต้องการกระชับผิวระดับตื้นถึงกลางแบบนุ่มนวล ในขณะที่เมื่อเทียบกับโปรแกรม Ultracel Q+ ทั้งสองใช้เทคโนโลยี HIFU พื้นฐานใกล้เคียงกัน ต่างที่รูปแบบหัวยิงและระยะเวลาที่ใช้ในการทำ


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกโปรแกรมใด ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการได้รับการประเมินจากแพทย์ตรวจสอบสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และประวัติสุขภาพของแต่ละคนอย่างละเอียด เพื่อออกแบบจำนวนช็อต ระดับพลังงาน และบริเวณที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลินิกที่เลือกใช้เครื่องแท้และมีมาตรการดูแลความปลอดภัยที่รัดกุม



สำหรับผู้ที่ยังลังเลใจ การนัดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะจะช่วยให้ทราบว่าปัญหาผิวของตนเองเหมาะกับโปรแกรมใด และควรคาดหวังผลลัพธ์ในระดับไหนอย่างตรงไปตรงมา

โปรแกรม Ultraformer III

ราคาเท่าไหร่?

ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษา

จากแพทย์ประจำคลินิก

พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองสู่ความงามที่แท้จริงหรือยัง? ที่ Aeswell Clinic เรามีทีมงานพร้อมดูแลผิวพรรณของคุณ

Related Services

icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้