แชร์

ปัญหา สิวผด เกิดจากอะไร และวิธีรักษาสิวผดให้ดีขึ้น?

อัพเดทล่าสุด: 28 พ.ย. 2025
13 ผู้เข้าชม

ปัญหา สิวผด เกิดจากอะไร และวิธีรักษาสิวผดให้ดีขึ้น?

        ตุ่มเล็กๆ ที่ขึ้นบนใบหน้า เมื่ออากาศร้อนและลดลงเมื่ออากาศเย็น นอกจากจะสร้างความรำคาญใจ ทำให้ผิวไม่เนียน ยังมีอาการคันร่วมด้วย ภายนอกมักเรียกว่าสิว แต่จริงๆ แล้วแตกต่างจากสิวหัวดำและสิวอักเสบ ทำให้การดูแลไม่เหมือนกับสิวทั่วไป

สิวผด คืออะไร

        สิวผดถึงแม้ชื่อและลักษณะจะเป็นสิว แต่ความจริงแล้วคือผดชนิดหนึ่งที่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UVA) และการอักเสบของรูขุมขน บริเวณที่เกิดอาจมีตุ่มหรือผื่นแดงรอบๆ หรือมีตุ่มน้ำใสไม่มีหัวสิว มักเกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก แก้ม คาง หรือกรอบหน้า เมื่อสัมผัสด้วยมือจะรู้สึกไม่เรียบเนียน

สิวผด เกิดจากอะไรได้บ้าง

แสงแดด ความร้อน และเหงื่อ

        จากที่กล่าวไปแล้วว่าความร้อนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิวผด เพราะต่อมไขมันจะถูกกระตุ้นให้ทำงานผิดปกติ สังเกตได้ว่าเมื่ออากาศร้อน สิวจะขึ้นมา และเมื่อรวมกับเหงื่อ ยิ่งทำให้สิวเพิ่มขึ้น เนื่องจากต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีพอ สิวผดจึงมีโอกาสขึ้นมาได้มากขึ้น

แพ้ หรือ ระคายเคืองจากสกินแคร์และเครื่องสำอาง

        บางครั้งสิวผดที่ขึ้นบนใบหน้าไม่ได้เกิดจากความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่เครื่องสำอางและสกินแคร์ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางอาจมีส่วนผสมของน้ำหอม สารกันเสีย หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคือง และกระตุ้นให้เกิดสิวผดได้

ผิวอ่อนแอลง

        Skin Barrier เป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่ช่วยกันไม่ให้สิ่งสกปรก แบคทีเรีย เชื้อโรค และสารเคมีจากภายนอกเข้าสู่ผิวได้ง่าย เมื่อ Skin Barrier อ่อนแอลง ผิวของผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะเกิดปัญหาตามมาได้ง่ายขึ้น

เชื้อรา P. ovale

        P. ovale คือเชื้อรา (หรือยีสต์) ชนิดหนึ่ง ที่จะทำปฏิกิริยากับต่อมไขมันบริเวณผิวหนังบนใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม คาง และจมูก โดยปกติแล้ว เชื้อ P. ovale มีอยู่บนผิวหนังของเราทุกคน แต่จะพบมากบริเวณ T-Zone ที่มีความมันสูง เมื่อผิวเสียสมดุล เชื้อนี้จะเติบโตมากขึ้น เพราะน้ำมันบนผิวเป็นอาหารของยีสต์ชนิดนี้ ส่งผลให้ต่อมรูขุมขนอักเสบ และทำให้เกิดผื่นหรือสิวผดได้

พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

        พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันอาจกระตุ้นให้เกิดสิวผดได้ เช่น การอับชื้นจากการใส่หน้ากากเป็นเวลานาน การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือภาวะฮอร์โมนแปรปรวน ซึ่งล้วนทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง และเมื่อเกราะป้องกันผิวเสียสมดุล ก็จะเกิดสิวได้ง่ายขึ้น

วิธีรักษา สิวผด

วิธีรักษา สิวผด

ล้างหน้าให้สะอาด (หลีกเลี่ยงน้ำอุ่น)

        ควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดการระคายเคืองผิว

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน

        แนะนำใช้เวชสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน เพื่อไม่ให้ทำลายสมดุลผิวและไม่กระตุ้นให้สิวผดเห่อมากขึ้น

หลีกเลี่ยงแสงแดด

        แม้จะหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ยาก แต่ควรปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA+++ เป็นประจำ เพราะรังสี UVA เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดสิวผด นอกจากนี้ การพกร่มหรือสวมหมวกเมื่อต้องออกกลางแจ้งก็เป็นทางเลือกที่ช่วยปกป้องผิวได้ดีเช่นกัน

หลีกเลี่ยงการแกะ นวด หรือสัมผัสใบหน้า

        เพื่อไม่ให้สิวผดอักเสบหรือเพิ่มจำนวนมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการแกะ นวด หรือสัมผัสผิวหน้าโดยไม่จำเป็น เพราะมือของเรามักสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ตลอดวัน ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้สิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

        ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะ สังกะสี (Zinc) ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงและลดการเกิดสิวผดได้ นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละประมาณ 23 ลิตร เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวและช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน

หลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือยาที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

        ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า และไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน แอลกอฮอล์ น้ำหอม เพราะส่วนผสมเหล่านี้อาจทำให้ผิวระคายเคืองและกระตุ้นให้สิวผดเห่อมากขึ้น

พักผ่อนให้เพียงพอ

        หากนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป ส่งผลให้เกิดสิวได้ง่าย ดังนั้น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจึงช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนและลดปัญหาสิวผดได้

ยารักษาสิวผด และครีมลดสิวผดที่ช่วยได้

  • ยาต้านเชื้อรา ใช้รักษาและป้องกันการติดเชื้อราบนผิวหนัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของสิวผด
  • ยาในกลุ่ม Retinoid ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและป้องกันการเกิดสิวใหม่
  • Zinc PCA : สารประกอบของสังกะสีที่ละลายน้ำได้ดี มักใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันหรือมีปัญหาสิว เพราะช่วยควบคุมความมันและลดการอักเสบของผิว

สิวเชื้อราหรือสิวยีสต์ ต่างจาก สิวผดยังไง

สิวเชื้อราหรือสิวยีสต์ ต่างจาก สิวผดยังไง

สิวเชื้อรา หรือ สิวยีสต์ คืออะไร

        สิวเชื้อราหรือสิวยีสต์ ไม่ใช่สิวจริง แต่เป็นการอักเสบของรูขุมขนที่เกิดจากเชื้อรายีสต์ชื่อ Malassezia เชื้อรานี้อาศัยอยู่บนผิวหนังของคนปกติ แต่เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ความชื้นสูง มีความมันมาก หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เชื้อราจะเติบโตมากเกินไปและทำให้เกิดการอักเสบ

ลักษณะของสิวเชื้อรา

        สิวเชื้อรามีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีแดง ขนาดเท่าๆ กันเกือบทุกเม็ด มักเกิดเป็นกลุ่มหรือเป็นจำนวนมากในบริเวณเดียวกัน มักเกิดบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น หน้าอก หลัง ไหล่ แขน และหน้าผาก มักคันมากกว่าสิวผดทั่วไป ไม่ค่อยมีหัวหนองหรือสิวอุดตันแบบสิวผด อาจแย่ลงเมื่ออากาศร้อนชื้น หรือเหงื่อออกมาก

วิธีรักษาสิวเชื้อรา

        การรักษาสิวเชื้อราต้องใช้ยาต้านเชื้อรา มีทั้งยากินและยาทา ซึ่งแตกต่างจากสิวผดที่ใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาอื่นๆ

ข้อแตกต่างสำคัญ ระหว่างสิวผด และสิวเชื้อรา

สิวผด

  • เกิดจากแบคทีเรีย P. acnes และการอุดตันของรูขุมขน
  • มีหลายรูปแบบ ได้แก่ สิวหัวดำ หัวขาว สิวอักเสบ สิวหนอง
  • ขนาดและรูปแบบลักษณะที่หลากหลาย
  • รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ 

สิวเชื้อรา

  • เกิดจากเชื้อรายีสต์ Malassezia
  • ตุ่มเล็กๆ สีแดง ขนาดสม่ำเสมอ เกิดเป็นกลุ่มจำนวนมาก
  • มักมีอาการคันมาก
  • รักษาด้วยยาต้านเชื้อรา

โปรแกรม Acne Away - รักษาสิว 8 ขั้นตอน

โปรแกรม Acne Away - รักษาสิว 8 ขั้นตอน

        โปรแกรม Acne Away ที่ Aeswell Clinic เป็นโปรแกรมการรักษาสิว ที่วางแผนรักษาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสิวที่กวนใจและไม่ยอมหายง่าย ไม่ว่าจะเป็นสิวผดหรือสิวเชื้อรา

        โปรแกรมนี้ใช้การรักษา 8 ขั้นตอนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล พร้อมช่วยเผยผิวใหม่ที่เนียนใสและสุขภาพดี ด้วยการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

 รีวิวโปรแกรม acne away

https://www.facebook.com/photo/?fbid=400999409637586&set=pcb.401001326304061

        หนูมีปัญหาผิวหน้ามานานมาก โดยเฉพาะบริเวณแก้มซ้ายที่มีรอยแดง รอยดำ และตุ่มสิวเยอะมาก จนหนูไม่กล้าออกไปข้างนอกโดยไม่แต่งหน้า บางทีต้องใช้รองพื้นหนาๆ เพื่อปกปิด แต่ยิ่งทาก็ยิ่งทำให้ผิวแย่ลง เป็นวงจรที่ไม่รู้จะหยุดยังไง

        หนูเคยลองซื้อยาทาเองมาหลายยี่ห้อ บางตัวก็ทำให้ผิวแห้งมาก บางตัวก็ระคายเคือง และที่สำคัญคือไม่เห็นผลเลย รอยแดงๆ และรอยดำจากสิวก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม จนเพื่อนแนะนำให้มาลองโปรแกรม Acne Away ที่คลินิก Aeswell ตอนแรกก็ลังเลอยู่เหมือนกัน แต่พอได้มาปรึกษาแพทย์ ท่านดูแลดีมาก ตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด และอธิบายให้ฟังว่าทำไมผิวหนูถึงมีปัญหาขนาดนี้ ไม่ใช่แค่สิวธรรมดา แต่เป็นการอักเสบที่ลึกและทิ้งรอยไว้

        แผนการรักษาแบบ 8 ขั้นตอน ไม่ใช่แค่รักษาสิว แต่ยังรักษารอยแดงและรอยดำที่มีอยู่ด้วย แต่ละขั้นตอนมีเป้าหมายชัดเจน และที่สำคัญคือไม่เจ็บและไม่ทำร้ายผิว

        หลังจากทำโปรแกรมไปได้ประมาณ 90 วัน (จากที่เห็นในภาพคือ 28 มี.ค. 67 ไปจนถึง 8 มิ.ย. 67) ผลลัพธ์มันเหลือเชื่อมากๆ ค่ะ! บริเวณแก้มที่เคยเป็นเต็มไปหมด ตอนนี้ผิวเรียบเนียนมาก รอยแดงและรอยดำจางลงเกือบหมด ผิวหน้าดูสว่างขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และที่สำคัญคือไม่มีตุ่มใหม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย

 

 รีวิวโปรแกรม acne away

https://www.facebook.com/photo/?fbid=400999416304252&set=pcb.401001326304061

        ผมเป็นคนที่มีปัญหาผิวหน้ามาตั้งแต่สมัยเรียน แต่พอโตขึ้นมาทำงาน อาจจะเพราะความเครียดกับการนอนดึก ทำให้ผิวหน้าแย่ลงเรื่อยๆ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่สิวธรรมดา ลองซื้อยาทาเอง ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล บางทีก็ดีขึ้นชั่วคราวแล้วก็กลับมาเป็นอีก

        จนมาเจอโปรแกรม Acne Away ที่นี่ ของ Aeswell Clinic ตอนแรกก็ลังเลอยู่เหมือนกัน แต่พอได้เข้ามาปรึกษาแพทย์ ดูแลดีมาก อธิบายละเอียดว่าทำไมผิวหน้าผมถึงเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่สิวธรรมดา แต่มันมีสาเหตุมาจากหลายอย่างรวมกัน ทั้งการดูแลที่ไม่ถูกวิธี ความเครียด และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับผิว

        หลังจากเข้าโปรแกรม ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมาก ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น ไม่มีตุ่มๆ โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ อย่างเมื่อก่อน รอยแดงๆ ที่เคยมีก็จางลงเยอะ ที่สำคัญคือผมได้ความรู้ในการดูแลผิวที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่มารักษาแล้วจบ แต่ผมรู้ว่าต้องทำยังไงต่อไปเพื่อไม่ให้มีปัญหาซ้ำ

        ตอนนี้ผมมั่นใจขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องกังวลเวลาไปพบลูกค้าหรือมีภาพถ่าย ชีวิตการทำงานก็ดีขึ้นตาม ขอบคุณ Aeswell clinic และโปรแกรม Acne Away ที่ช่วยผมได้จริงๆ ครับ

 

โปรโมชันรักษาสิว

 

 

ให้เราช่วยดูแลผิวของคุณด้วยโปรแกรม Acne Away ที่ Aeswell Clinic ติดต่อเราได้เลย!

ช่องทางการติดต่อ:


บทความที่เกี่ยวข้อง
เข้าใจ “สิวหัวดำ” คืออะไร รักษายังไง จัดการด้วย! โปรแกรม Acne Away
สิวหัวดำเป็นหนึ่งในสิวที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิด ขึ้นกับวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ แต่สามารถเกิดได้ในทุกวัย และมีหลายสาเหตุ เช่นน้ำมัน (ซีบัม) ที่มากเกินไป
28 พ.ย. 2025
7 จุดที่ต้องสังเกต ระหว่างสิวอักเสบกับสิวซีสต์
สิวอักเสบและสิวซีสต์แม้จะดูคล้ายกัน แต่มีความต่างและต้องดูแลให้ถูกวิธี หากปล่อยไว้อาจทิ้งรอยได้ โปรแกรม Acne Away ช่วยลดการอักเสบ ฟื้นฟูผิว และป้องกันสิวใหม่ได้อย่างตรงจุด
25 ก.ค. 2025
ลองทุกวิธีแต่สิวยังอยู่ เคล็ดลับเคลียร์สิวให้ผิวใสแบบไม่เสียเวลา
เป็นสิวไม่หายสักทีอย่าปล่อยไว้นานควรรีบรักษาก่อนลามหนักกว่าเดิม ด้วยโปรแกรม Acne Away รักษาสิวด้วย 8 ขั้นตอน ช่วยจบปัญหาสิวกวนใจให้กลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม
10 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy